<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Thai Ghost &#187; หอผี</title>
	<atom:link href="http://thaighost.d-ja.com/tag/%e0%b8%ab%e0%b8%ad%e0%b8%9c%e0%b8%b5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://thaighost.d-ja.com</link>
	<description>เล่าเรื่องผี เรื่องสยองขวัญ</description>
	<lastBuildDate>Tue, 27 Apr 2010 01:20:53 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>หอพักสยองขวัญ</title>
		<link>http://thaighost.d-ja.com/2009/08/29/%e0%b8%ab%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%8d/</link>
		<comments>http://thaighost.d-ja.com/2009/08/29/%e0%b8%ab%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%8d/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 28 Aug 2009 19:36:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องผีไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ผีดู]]></category>
		<category><![CDATA[ผีมอง]]></category>
		<category><![CDATA[ผีหอพัก]]></category>
		<category><![CDATA[หอผี]]></category>
		<category><![CDATA[หอพักผี]]></category>
		<category><![CDATA[หอพักผีสิง]]></category>
		<category><![CDATA[หอพักสยอง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaighost.d-ja.com/?p=96</guid>
		<description><![CDATA[<p>ตอนนั้นประมาณ3ปีที่ผ่านมาราไปอยู่หอพักแห่งหนึ่งที่จังหวัดเชียงราย ตรงข้ามหอพักของเราก้อมีห้องแถวให้เช่า
เป็นล็อกๆ วันนึงก้อมีเสียงเอะอะโวยวายกันคนแถวนั้นก้อมามุงดูกันเต็มหน้าหอพักแห่งนั้น เราเลยไปมุงดูมั่งปรากฏว่าเค้าก้อ
เล่าให้ฟังว่า พี่สาวคนนึงเค้าอยู่ห้องถัดไปจากห้องแรก เป็นผู้หญิงทำงานกลางคืนหลังจากที่เค้ากลับมาอาบน้ำที่ห้องพักในตอน
กลางวันของเค้า เค้ามองเห็นสายตาของใครไม่รู้มองเค้าผ่านจากช่องลม พี่สาวคนนั้นมองเห็นจากในกระจกโต๊ะเครื่องแป้ง

พอเค้ามองอีกทีนึงก้อไม่เห็นสายตาคู่นั้นแล้วแต่พอมองอีกทีนึง ก้อเห็นมันอีกแล้ว พี่ผู้หญิงคนนั้นทนกับสายตาคู่
นั้นอยู่ประมาณ3วัน เค้าก้อเริ่มทนไม่ไหวต้องเรียกให้แฟนมาดู แฟนพี่สาวคนนั้น ก้อเห็นว่ามองอย่างนั้นมาประมาณ3วันแล้วจึง
ไปเรียกยามมาเคาะที่ห้องข้างๆของพี่ผู้หญิงคนนั้น ปรากฏว่าไม่มีใครเปิด เคาะเท่าไหร่ก้อไม่มีเสียงตอบมา เค้าเลยพังประตูเข้า
ไปปรากฏว่า มีเด็กนักเรียนเทคนิคในเชียงรายผูกคอตายแล้วตาของเค้าก้อไปทาบกับช่องลมนั้นพอดี พี่ผู้หญิงคนนั้นเลยโวยวาย
เป็นลมไป รีบขนของหนีไปเลย เราก้อไปดูว่าเค้าเป็นอะไรปรากฏว่าเห็นกู้ภัยเค้ามาเก็บศพพอดีเลย ติดตาสยอง</p>
<p>( จากคุณ ไม่ประสงค์ออกนาม )</p>
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ตอนนั้นประมาณ3ปีที่ผ่านมาราไปอยู่หอพักแห่งหนึ่งที่จังหวัดเชียงราย ตรงข้ามหอพักของเราก้อมีห้องแถวให้เช่า<br />
เป็นล็อกๆ วันนึงก้อมีเสียงเอะอะโวยวายกันคนแถวนั้นก้อมามุงดูกันเต็มหน้าหอพักแห่งนั้น เราเลยไปมุงดูมั่งปรากฏว่าเค้าก้อ<br />
เล่าให้ฟังว่า พี่สาวคนนึงเค้าอยู่ห้องถัดไปจากห้องแรก เป็นผู้หญิงทำงานกลางคืนหลังจากที่เค้ากลับมาอาบน้ำที่ห้องพักในตอน<br />
กลางวันของเค้า เค้ามองเห็นสายตาของใครไม่รู้มองเค้าผ่านจากช่องลม พี่สาวคนนั้นมองเห็นจากในกระจกโต๊ะเครื่องแป้ง<br />
<span id="more-96"></span><br />
พอเค้ามองอีกทีนึงก้อไม่เห็นสายตาคู่นั้นแล้วแต่พอมองอีกทีนึง ก้อเห็นมันอีกแล้ว พี่ผู้หญิงคนนั้นทนกับสายตาคู่<br />
นั้นอยู่ประมาณ3วัน เค้าก้อเริ่มทนไม่ไหวต้องเรียกให้แฟนมาดู แฟนพี่สาวคนนั้น ก้อเห็นว่ามองอย่างนั้นมาประมาณ3วันแล้วจึง<br />
ไปเรียกยามมาเคาะที่ห้องข้างๆของพี่ผู้หญิงคนนั้น ปรากฏว่าไม่มีใครเปิด เคาะเท่าไหร่ก้อไม่มีเสียงตอบมา เค้าเลยพังประตูเข้า<br />
ไปปรากฏว่า มีเด็กนักเรียนเทคนิคในเชียงรายผูกคอตายแล้วตาของเค้าก้อไปทาบกับช่องลมนั้นพอดี พี่ผู้หญิงคนนั้นเลยโวยวาย<br />
เป็นลมไป รีบขนของหนีไปเลย เราก้อไปดูว่าเค้าเป็นอะไรปรากฏว่าเห็นกู้ภัยเค้ามาเก็บศพพอดีเลย ติดตาสยอง</p>
<p>( จากคุณ ไม่ประสงค์ออกนาม )</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaighost.d-ja.com/2009/08/29/%e0%b8%ab%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%8d/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คืนรับน้องใหม่</title>
		<link>http://thaighost.d-ja.com/2009/08/29/%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://thaighost.d-ja.com/2009/08/29/%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 28 Aug 2009 17:19:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องผีไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ผี]]></category>
		<category><![CDATA[ผี มหาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[ผี รับน้องใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ผี วิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[ผี สยอง]]></category>
		<category><![CDATA[ผี โรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ผีหลอก]]></category>
		<category><![CDATA[ผีในโรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[รับน้องใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[สยองขวัญ]]></category>
		<category><![CDATA[หอผี]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าเรื่องผี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaighost.d-ja.com/?p=49</guid>
		<description><![CDATA[<p>ชีวิตการศึกษาระดับอุดมศึกษา ในมหาวิทยาลัยนั้น
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของการสู้และดำเนินชิวิตที่ถูกต้องในสังคมทีเดียว
มันมีทั้งสุขและทุกข์ สมหวัง และไม่สมหวัง ยามทุกข์คือ สอบตก
ทำหน่วยกิตไม่ครบตามระเบียบหลักการศึกษาที่วางไว้ หรือทุกข์อีตอนดูหนังสือสอบ
ส่วนสุขนั้นก็คงจะได้แก่
สอบผ่านได้รับปริญญาเป็นเกียรติแก่ตัวเองและวงศ์ตระกูล
นั่นแหละแต่อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ต่าง ๆ
นานาที่เกิดมาไม่เคยพบพานก็จะหลั่งไหลมาทดสอบธาตุแท้ ของผู้ที่เข้าสู่ภาย</p>
<p>ในรั้วมหาวิทยาลัย
ประสบการณ์สอนให้ทำตัวได้ทั้งดีและเลวก็ต้องใช้ดุลพินิจวิจารณญาณเลือกเอามาปฏิบัติ</p>
<p>ให้มันสมกับคำว่า ปัญญาชน แต่สิ่งทุกคนต้องเคยผ่านมาแล้วในระบบการศึกษานี้ก็คือการรับน้องใหม่</p>
<p>
ซึ่งเป็นประเพณีที่กระทำสืบกันมา มีทั้งแบบ ชนิดเบา ๆ หรือหนัก ๆ
ตามแต่วิทยาลัยนั้น และรุ่นพี่จะปฏิบัติ
&#8230;..ผมเองสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้กับเขาคนหนึ่งดีอดดีใจแทบเป็นบ้าเป็นหลัง
ต่อไปนี้จะขัดสีฉวีวรรณรับสังคมใหม่ ระดับ ปัญญาชนซะด้วย
พอเข้าไปรายงานตัวก็ถูกเพ่งเล็งจากพวกรุ่นพี่ที่กิน
อุดมคติจอมปลอมอันไร้แก่นสาร คงกะจะแกล้ง ผมเต็มที่ใน ตอนรับน้องใหม่
เพราะท่าทางของผมมันออกจะซ่าส์จนหยดสุดท้ายเหมือนกัน อาทิตย์เดียวเท่านั้น
ผมและนักศึกษาใหม่กว่า 300 คนก็ตกอยู่ในแดนสนธยา
ถูกรุ่นพี่ทั้งลายครามและรุ่นพี่ที่ยกย่องตัวเองทั้ง ๆ
ที่ยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมที่ขอบ ปากเกณฑ์พวกรุ่นน้อง ไปต่างจังหวัด
เพื่อทำการรับน้องใหม่หรือพูดง่าย ๆ &#8220;พิธีซ่อม&#8221;
กลั่นแกล้งรุ่นน้องตามความพอใจของตนเองตามประเพณี อันดีงาม ตั้งแต่โบราณกาล
นับแต่ตั้งมหาวิทยาลัยมาทีเดียว
&#8230;..เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศลักษณะวิชาสถานที่และความศักดิ์สิทธ์ของปริญญาพวกรุ่น้องถูก
&#8220;เกณฑ์&#8221; ให้ขึ้นรถออกจากพระนคร
มุ่งตรงไปยังจังหวัดที่มีความเก่าแก่ในประวัติและเต็มไปด้วยโบราณสถานวัตถุ มากมายอันเป็นพยานหลักฐานแสดงให้เห็นถึงความเจริญ รุ่งเรืองางอารยธรรมวัฒนธรรมของชาติมาแต่โบราณ
และรุ่นพี่ก็บังคับให้พักอยู่รวมกันในวังโบราณแห่งหนึ่ง
ซึ่งลานกว้างของวังเก่าแห่งนี้จะเป็นสถานที่ &#8220;ซ่อม&#8221; รับน้องใหม่ในคืนวันนี้&#8230;
&#8230;.ผมเองกลัวสถานที่ที่วังเวง เงียบสงัด กลัวจนแทบจะร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาย
หมู่พระที่นั่งและท้องพระโรงเก่าแก่ตั้งทะมึน
ในความมืดที่เริ่มโรยตัวมาปกคลุมดูคล้ายกับเป็นภูติผีปีศาจหรือยักษ์ปักหลั่นยืนทะมืนจังก้า
ต้นไม้ยืนต้นที่ปลูกรายรอบบริเวณก็สั่นกราว คืนนี้เป็นจันทร์ข้างแรกผลุบ ๆ
โผล่ ๆ ไม่ยอมออกจากหมู่ก้อนเมฆ ความมืดจึงได้เปรียบ
ผมนั่งตัวสั่นงันงกอยู่ในกลุ่ม ของน้อง ผู้น่าสงสาร
ผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกันกับผมอีกเป็นร้อยคน
หูแว่วคล้ายเสียงคนเดินไปมาสับสนและตาฝาดไปหรือเปล่าก็ไม่รู้เห็นคนเดินผ่านไปมาตรงลานกว้าง
ระหว่างท้องพระโรงกับพระที่นั่งสององค์เห็นเงาวูบวาบและ..อะไรนั่นขณะนี้เวลาโพล้เพล้เข้าไต้เข้า
ไฟพวกรุ่นน้องที่นั่งอยู่ที่นอกชานบ้างขั้นบันไดบ้าง กระสับกระส่ายหน้า ตาไม่มีความสุข
หวาดระแวงกลัวทั้งรุ่นพี่และกลัวสถานที่ไปพร้อมกัน
ส่วนรุ่นพี่ผู้ได้เปรียบถือไพ่ตายในมือจับกลุ่มร่าเริงหวดสุรายาดอง
กันให้เอิกเกริก มันเป็นประเพณีอีกนั่นแหละ
&#8230;..ผมนั่งเกือบปลายแถวมีเพื่อนร่วมรุ่นซึ่งจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวนั่งถัดไปอีก
2 คน ตาของผมมองไปโดยบังเอิญที่มุมตึกพระที่นั่งซึ่งหัก
เป็นข้อศอกมีนอกชานพาดตามลักษณะสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยาโบราณ
ทันใดนั้นม่านตาของผมก็เบิกกว้างด้วยความสงสัยระคนตกใจกลัว
เพราะผมเห็นร่างของใครก็ไม่รู้ประมาณ 3-4 คน ยืนสงบนิ่งอยู่ตรงนั้นทั้งหมด
แต่งตัวเหมือนคนไทยโบราณ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ชีวิตการศึกษาระดับอุดมศึกษา ในมหาวิทยาลัยนั้น<br />
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของการสู้และดำเนินชิวิตที่ถูกต้องในสังคมทีเดียว<br />
มันมีทั้งสุขและทุกข์ สมหวัง และไม่สมหวัง ยามทุกข์คือ สอบตก<br />
ทำหน่วยกิตไม่ครบตามระเบียบหลักการศึกษาที่วางไว้ หรือทุกข์อีตอนดูหนังสือสอบ<br />
ส่วนสุขนั้นก็คงจะได้แก่<br />
สอบผ่านได้รับปริญญาเป็นเกียรติแก่ตัวเองและวงศ์ตระกูล<br />
นั่นแหละแต่อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ต่าง ๆ<br />
นานาที่เกิดมาไม่เคยพบพานก็จะหลั่งไหลมาทดสอบธาตุแท้ ของผู้ที่เข้าสู่ภาย</p>
<p>ในรั้วมหาวิทยาลัย<br />
ประสบการณ์สอนให้ทำตัวได้ทั้งดีและเลวก็ต้องใช้ดุลพินิจวิจารณญาณเลือกเอามาปฏิบัติ</p>
<p>ให้มันสมกับคำว่า ปัญญาชน แต่สิ่งทุกคนต้องเคยผ่านมาแล้วในระบบการศึกษานี้ก็คือการรับน้องใหม่</p>
<p><span id="more-49"></span><br />
ซึ่งเป็นประเพณีที่กระทำสืบกันมา มีทั้งแบบ ชนิดเบา ๆ หรือหนัก ๆ<br />
ตามแต่วิทยาลัยนั้น และรุ่นพี่จะปฏิบัติ<br />
&#8230;..ผมเองสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้กับเขาคนหนึ่งดีอดดีใจแทบเป็นบ้าเป็นหลัง<br />
ต่อไปนี้จะขัดสีฉวีวรรณรับสังคมใหม่ ระดับ ปัญญาชนซะด้วย<br />
พอเข้าไปรายงานตัวก็ถูกเพ่งเล็งจากพวกรุ่นพี่ที่กิน<br />
อุดมคติจอมปลอมอันไร้แก่นสาร คงกะจะแกล้ง ผมเต็มที่ใน ตอนรับน้องใหม่<br />
เพราะท่าทางของผมมันออกจะซ่าส์จนหยดสุดท้ายเหมือนกัน อาทิตย์เดียวเท่านั้น<br />
ผมและนักศึกษาใหม่กว่า 300 คนก็ตกอยู่ในแดนสนธยา<br />
ถูกรุ่นพี่ทั้งลายครามและรุ่นพี่ที่ยกย่องตัวเองทั้ง ๆ<br />
ที่ยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมที่ขอบ ปากเกณฑ์พวกรุ่นน้อง ไปต่างจังหวัด<br />
เพื่อทำการรับน้องใหม่หรือพูดง่าย ๆ &#8220;พิธีซ่อม&#8221;<br />
กลั่นแกล้งรุ่นน้องตามความพอใจของตนเองตามประเพณี อันดีงาม ตั้งแต่โบราณกาล<br />
นับแต่ตั้งมหาวิทยาลัยมาทีเดียว<br />
&#8230;..เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศลักษณะวิชาสถานที่และความศักดิ์สิทธ์ของปริญญาพวกรุ่น้องถูก<br />
&#8220;เกณฑ์&#8221; ให้ขึ้นรถออกจากพระนคร<br />
มุ่งตรงไปยังจังหวัดที่มีความเก่าแก่ในประวัติและเต็มไปด้วยโบราณสถานวัตถุ มากมายอันเป็นพยานหลักฐานแสดงให้เห็นถึงความเจริญ รุ่งเรืองางอารยธรรมวัฒนธรรมของชาติมาแต่โบราณ<br />
และรุ่นพี่ก็บังคับให้พักอยู่รวมกันในวังโบราณแห่งหนึ่ง<br />
ซึ่งลานกว้างของวังเก่าแห่งนี้จะเป็นสถานที่ &#8220;ซ่อม&#8221; รับน้องใหม่ในคืนวันนี้&#8230;<br />
&#8230;.ผมเองกลัวสถานที่ที่วังเวง เงียบสงัด กลัวจนแทบจะร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาย<br />
หมู่พระที่นั่งและท้องพระโรงเก่าแก่ตั้งทะมึน<br />
ในความมืดที่เริ่มโรยตัวมาปกคลุมดูคล้ายกับเป็นภูติผีปีศาจหรือยักษ์ปักหลั่นยืนทะมืนจังก้า<br />
ต้นไม้ยืนต้นที่ปลูกรายรอบบริเวณก็สั่นกราว คืนนี้เป็นจันทร์ข้างแรกผลุบ ๆ<br />
โผล่ ๆ ไม่ยอมออกจากหมู่ก้อนเมฆ ความมืดจึงได้เปรียบ<br />
ผมนั่งตัวสั่นงันงกอยู่ในกลุ่ม ของน้อง ผู้น่าสงสาร<br />
ผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกันกับผมอีกเป็นร้อยคน<br />
หูแว่วคล้ายเสียงคนเดินไปมาสับสนและตาฝาดไปหรือเปล่าก็ไม่รู้เห็นคนเดินผ่านไปมาตรงลานกว้าง<br />
ระหว่างท้องพระโรงกับพระที่นั่งสององค์เห็นเงาวูบวาบและ..อะไรนั่นขณะนี้เวลาโพล้เพล้เข้าไต้เข้า<br />
ไฟพวกรุ่นน้องที่นั่งอยู่ที่นอกชานบ้างขั้นบันไดบ้าง กระสับกระส่ายหน้า ตาไม่มีความสุข<br />
หวาดระแวงกลัวทั้งรุ่นพี่และกลัวสถานที่ไปพร้อมกัน<br />
ส่วนรุ่นพี่ผู้ได้เปรียบถือไพ่ตายในมือจับกลุ่มร่าเริงหวดสุรายาดอง<br />
กันให้เอิกเกริก มันเป็นประเพณีอีกนั่นแหละ<br />
&#8230;..ผมนั่งเกือบปลายแถวมีเพื่อนร่วมรุ่นซึ่งจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวนั่งถัดไปอีก<br />
2 คน ตาของผมมองไปโดยบังเอิญที่มุมตึกพระที่นั่งซึ่งหัก<br />
เป็นข้อศอกมีนอกชานพาดตามลักษณะสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยาโบราณ<br />
ทันใดนั้นม่านตาของผมก็เบิกกว้างด้วยความสงสัยระคนตกใจกลัว<br />
เพราะผมเห็นร่างของใครก็ไม่รู้ประมาณ 3-4 คน ยืนสงบนิ่งอยู่ตรงนั้นทั้งหมด<br />
แต่งตัวเหมือนคนไทยโบราณ สตรีในสมัยกรุงศรีอยุธยาหรือก่อนหน้านั้น<br />
คือนุ่งผ้าโจงกระเบนลายดอก เสื้อแขนพองยาวจรดข้อศอก ห่มสไบเฉียงผ้าสีอ่อน<br />
ผมสยายยาวใบหน้าขาวเสีย จนผิดปกติร่างทั้งหมดแลดูคล้าย ไม่มีน้ำ<br />
หนักเบาหวิวจนจะลอยจากพื้น<br />
&#8230;..ผมสะกิดเพื่อนน้องใหม่ทันทีแต่อ้าว!<br />
เพื่อนกำลังก้มหน้าก้มตาร้องไห้กระซิก ๆ คงไม่รับรู้อะไรหรอก<br />
ตกลงตัวเองเลยตาค้าง<br />
อ้าปากค้างเพราะความฉงนสนเทห์ใจและความกลัวแล่นเข้าจับขั้วหัวใจ<br />
พอดีกับรุ่นพี่ชายคนหนึ่งเดินโซซัดโซเซเพราะฤทธิ์สุรา ผ่านมาที่แถวของน้องใหม่<br />
ผมจึงโพล่งออกไปอย่างไม่ทันยั้งคิดว่า<br />
&#8230; ..พี่ครับ..น้องใหม่ 3-4 คน ยืนอยู่มุมตึกโน่น<br />
ทำไมพี่ไม่เรียกมาเข้าแถวรอขึ้นเขียงเหมือนอย่างพวกผมล่ะครับ แต่งตัวก็แปลก<br />
เดาะใส่ชุดไทยโบราณซะด้วยห่มสไบเฉียง โจงกระเบนนั่นยืนอยู่นั่นไง อ้าว !<br />
หายไปไหนล่ะกว่า พวกผมแต่งชุดขาว สวมไทด์ผู้หญิงชุดนักศึกษา<br />
แต่สามที่คนนี้แต่งชุดไทย ใครกันกว่า รึจะเป็นเจ้าที่มา ปรากฏตัว<br />
ถ้าเป็นเจ้าที่จริงๆ พี่จะซ้อมรับ น้องใหม่เค้ามั้ยครับ ผมอยากรู้..ฮิ ฮิ<br />
&#8230;..ไอ้ปากเสีย ซ่าส์นักรึมึงน่ะ<br />
เดี๋ยวพวกกูจะซ้อมมึงให้คลานนอนหยอดน้ำข้าวต้มเลย เตรียมตัวไว้ให้ดี<br />
นี่มึงโอหังไม่เคารพรุ่นพี่<br />
อวดตีสำนวนตีฝีปากแถมตีเสมอรุ่นพี่เรอะดีแล้วมึงจะได้รู้ดี<br />
รู้ชั่วคืนนี้แหละวะ.. &#8230;..ผมหน้าชาไปทั้งแถบปวดแสบปวดร้อนไปทั้งหน้า ฮึ้ม<br />
ถ้าข้ามีปืนในกระเป๋าจะไม่ปล่อยให้เอ็งยืนตะคอกอยู่อย่างนี้หรอก ถือว่า<br />
เป็นรุ่นพี่ข่มเหงกีนอย่างนี้ทีใครทีมันวะ วันพระไม่มีหนเดียว<br />
ฝากไว้ก่อนเถอะมึง เพื่อนร่วมรุ่นทุกคนหันมามองผมด้วยสายตาสงสาร เห็นอกเห็นใจ<br />
แต่คงช่วยอะไรไม่ได้ ก็ถูกตบหน้าฟรี<br />
ฉลองความศักดิ์สิทธิ์ของประเพณีต้อนรับน้องใหม่ ไปน่ะซี 2 ทุ่มตรง<br />
วินาทีโหดร้ายทารุณเริ่มขึ้น รุ่นพี่ทุกชั้นปี<br />
นั่งฝั่งตรงข้ามตะโกนสั่งรุ่นน้องให้ทำอะไรต่อมีอะไร ผิดวิสัยเกินความสามารถ<br />
คล้ายกันคนบ้าไปก็มี ท่ามกลางเสียงหัวเราะอย่างพออกพอใจ<br />
ของรุ่นพี่ชายและหญิงซึ่งสามารถกลั่นแกล้งรุ่นน้องให้ทำในสิ่งที่คนดี ๆ<br />
เขาไม่ทำกัน พวกเรากลายเป็นตัวตลกขันไม่ออก มีแต่เสียงร้องไห้<br />
สบถสาบานด่าทอรุ่นพี่ด้วยความเจ็บใจ แค้นใจ อย่างเหลือประมาณ<br />
&#8230;.รุ่นพี่หญิงกลายเป็นแร่ด กรี๊ดกร๊าดตะโกนด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายภาษาตลาด<br />
เมื่อเห็นรุ่นน้องไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง หรืออิด ๆ เอื้อน ๆ ไม่ทำตาม<br />
ส่วนรุ่นพี่ผู้ชายซึ่งเมามายแทบไม่มีสติก็ตีหน้ายักษ์ตะโกนดังเสียงแสบแก้วหู<br />
ด่ารุ่นน้องชนิดจะกินเลือดกินเนื้อ ดูแล้วสังเวชนี่หรือปัญญาชนที่ สังคมยกย่อง<br />
รุ่นน้องผู้หญิงบางคนก็เจอคำสั่งที่เกิดมาไม่เคยนึกว่าจะได้ยิน<br />
ทำตาไม่ได้ก็ร้อง ห่มร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวร น่าสงสารเสียที่สุด<br />
จนมาถึงวาระที่รุ่นพี่ที่ตบหน้ามาตะโกนเรียกผม ออกมา &#8220;ซ่อม&#8221; เดียว เพื่อความ<br />
ครึกครื้นในหมู่คนป่าเถื่อนและเพื่อแก้แค้น<br />
ที่ผมบังอาจฉีกหน้าแกเมื่อตอนหัวค่ำที่ผ่านมา &#8230;&#8221;เฮ้ย<br />
มึงนั่นแหละออกมาจากแถวเดี๋ยวนี้<br />
ซ่าส์นักปากเสียดูหมิ่นเจ้าที่เจ้าทางของวังเก่า รณหาที่ตาย<br />
เห็นมึงชอบร้องรำทำเพลงใช่มั่ยล่ะ มานี่มึงแหงนหน้าดูขื่อหลังคานี่ซิ<br />
หลังคาท้องพระโรงนี่แหละ มึงปีนขึ้นไปบนขื่อเดี่ยวนี้<br />
ปีนเสาขึ้นไปพอถึงขื่อแล้วมึงต้องยืนเต้นระบำบัลเล่ต์ร้องเพลงไปด้วย<br />
แล้วลงท้ายมึงต้องเป็นค้างคาวรู้จักมั้ยไอ้เวร ห้อยหัวลงมา เอาตีนเกี่ยวขื่อนะ<br />
เร็ว ๆ ทำตามคำสั่งกูเดียวนี้&#8221; …ขัดขืนไม่ได้เสียแล้ว<br />
รุ่นพี่ทาสสุรามายืนออกันที่โคนเสา ผมเลยเอาหลังมือปาดน้ำตาแล้วค่อย ๆ<br />
ออกแรงเอามือทั้งสองข้างเหนี่ยวจับเสาดันตัวเอง ขึ้นไปอย่างลำบากยากเย็น<br />
เหน็ดเหนื่อยแทบจะขาดใจตาย วิงเวียนศีรษะใจวาบหวิวเหมือนจะเป็นลม ผมกัดฟันกรอดๆ<br />
แข็งใจกระเถิบตัวเองขึ้นไปบนเสาทีละน้อย ๆ<br />
ท่ามกลางเสียงเฮฮาฟังไม่ได้ศัพท์ของรุ่นพี่ที่สะใจที่แกล้งผม<br />
..ตาผมลายแทบหมดแรงร่วงลงมาจากเสาหลายต่อหลายครั้ง<br />
รู้สึกว่าหลังคาสูงเหลือเกิน คงไปไม่ไหวตกลงไปคอหักตายแน่ ๆ<br />
แต่กลัวจะเจ็บตัวเพราะพวกรุ่นพี่จึงต้องกัดฟันดันร่างตัวเองขึ้นไป<br />
จนในที่สุดผมก็เกือบถึงขื่อของหลังคาแล้ว เงยหน้าขึ้นไป อีกสักประมาณ 1 ศอก<br />
เท่านั้น แหละผมก็ถึงขื่อ ซึ่งบริเวณนั้นมือ<br />
มีแสงไฟจากข้างล่างส่องลอดขึ้นมาสลัว ๆ พอมองเห็นอะไรได้ราง ๆ เท่านั้นเอง<br />
&#8230;โอ๊ย! คุณพระคุณเจ้าช่วยลูกด้วยเถิด ผมร้องออกมาจนสุดเสียง<br />
มีใครไม่รู้นั่งอยู่บนขื่อที่ทอดขวางทางยาว<br />
ตลอดความยาวของหลังคาและรูปทรงของสถาปัตยกรรม คน ๆ นั้นนั่งอยู่ก่อนแล้ว<br />
พอผมเงยหน้าขึ้นไปก็พบเข้าจังหน้าชนิดใกล้ชิด ห่างกันไม่ถึงสองศอก ร่าง ๆ<br />
นั้นนั่งห้อยเท้าทั้ง 2 ข้างอยู่บนมุมขื่อ ซึ่งเป็นรูปสามเหลี่ยม<br />
ทำให้ผมตกใจแทบช็อคแทบขาดใจตาย ด้วยความกลัวในทันที เพราะเห็นหน้าคน ๆ<br />
นั้นอย่างถนัด มีรูปร่างน่ากลัวเป็นที่สุด หัวโตผิดขนาดเกินธรรมดา<br />
โตกว่าร่างกาย เกือบสามเท่า ขนาดของศีรษะ<br />
ใหญ่เกือบเท่าตุ่มหรือโอ่งมังกรหรือกระพ้อมที่เขาเอาไว้ใส่ข้าวเปลือก<br />
เมื่อหัวโตผิดขนาด ปกติขนาดนั้นทำให้ไม่ได้สัดส่วนสมดุล หัวจึงส่ายไปมา<br />
รอบด้านเหมือนลูกโป่งคนเป่าจนใบโตผูกด้วยสายหนังสติ๊กยางที่ขั้วแล้วจับปล่อยไว้บนมือทีเดียว<br />
และใบหน้าของมัน น่าเกลียดน่ากลัว เป็นอย่างยิ่ง ผมเผ้ายุ่งเหยิงเป็นกระเซิง<br />
หยาบเหมือนกาบมะพร้าวหน้าผากยุบลงไปเป็นร่องจนสยดสยองใจ ดวงตาพองโต<br />
แดงกล่ำแทบจะหลุด ออกมานอกเบ้า จมูกไม่มี มีแต่เพียงสันจมูกและรูจมูก<br />
ทั้งสองปราศจากเนื้อและดั้งจมูก มีเลือกไหลปริ่ม ๆ บริเวณจมูก<br />
โหนกแก้มโปนปากแสยะ อ้าสุดหล้า มีฟันซีกโต ๆ สีดำสนิทปรากฏในปาก<br />
เขี้ยวที่มุมปากแหลมขาววับ และที่ผมแทบ ช็อคไปในทันทีก็คือ ลิ้นของคน ๆ นั้น<br />
แลบพุ่งออกมาจากปากใหญ่แบะที่น่าขยะแขยงนั้น<br />
ลิ้นมีสีแดงจัดมันพุ่งออกมาจากปากยากเรื่อย ๆ ยาวลงมาจรดบ่า<br />
และยาวยืดลงต่ำจนถึงบริเวณทรวงอกอยู่แล้ว..พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบแห้งชวนให้<br />
สยดสยองใจดังออกมาจาก ปากของมัน<br />
&#8230;ผีหลอก ไม่ใช่คนแน่ ใครเขาจะขึ้นไปนั่งเล่นบนขื่อยามวิกาล<br />
นึกจะร้องให้คนช่วยก็ร้องไม่ออกเสียงมาติดอยู่ตรงคอหอยนี่เอง<br />
ตัวสั่นเท่าชักกระตุกเกือบทั้งร่าง ผมยังพอมีสติอยู่บ้าง<br />
หูจึงได้ยินเสียงตวาดอย่างหยาบคายของรุ่นพี่ตัวแสบซึ่งตะโกนขึ้นมาจากข้างล่าง<br />
..&#8221;เฮ้ย ปีนต่อซิโว้ย หยุดอยู่ทำไม ใครใช้ให้เอ็งหยุด<br />
ไปต่อให้ได้แล้วเต้นบัลเล่ต์กับเอาหัวห้อยลงมา ตามคำสั่งกูเดี๋ยวนี้<br />
เดี๋ยวเถอะมึง ลงมาโดนอัด&#8221; ..ผมหมดความอดทนทุกอย่างทั้งเรี่ยวแรง<br />
เลยตะโกนลงมาข้างล่างอย่างสุดเสียง ไม่กลัวใครอีกแล้วทั้งนั้น &#8221; กูไม่ปีนแล้ว<br />
ช่วยด้วย แน่จริงมึงขึ้นมากับกูบนนี้ซิวะ ขึ้นมาเร็ว ๆ จะได้เห็นกับตา<br />
กูกำลังจะตายอยู่แล้ว ช่วยด้วย &#8221; จะไม่ได้ผมด่ารุ่นพี่ได้อย่างไร<br />
เพราะไอ้ตัวนั้น ซึ่งไม่ใส่เสื้อเปลือยท่อนบนเห็นขนดกรุ่งรังทั้งตัว<br />
และนุ่งผ่าหยักรั้งคล้ายสนับเพลากางเกงขาสั้นแบบถกเขมรสีแดง<br />
แจ๊ดมันทำปาฏิหาริย์ ยื่นมือทั้งสองข้างของมัน ออกมาข้างหน้า<br />
คล้ายว่าจะช่วยดึงหรือจับตัวผมให้ขึ้นไปนั่งบนขื่อกับมันนั่นแหละ<br />
แขนสองข้างของมันเล็ก เหี่ยวแห้งมีแต่กระดูก ตะปุ่มตะป่ำ<br />
ไม่มีเนื้อหนังมังสาสีดำ สนิทกลิ่นสาบาสงเหม็น ๆ แห้ง ๆ<br />
พลุ่งออกมาจากแขนและร่างของมันปะทะจมูกผมจนแทบสำลัก<br />
แขนมันยาวยื่นออกมาข้างล่าง 2 ศอกแล้ว และมือก็ถึงหน้าผมพอดี!<br />
…ผมก็ทำอาการหลับกลางอากาศ สติสัมปชัญญะดับวูบลงในพริบตา<br />
นั้นหมดเรี่ยวแรงมือเท้าอ่อนเปลี้ยเลยเสียการทรงตัว หล่นลงมาจากเสาสูงเกือบ 5<br />
เมตร แต่ชะตาผมยังไม่ถึงฆาต<br />
ร่างหล่นลงมาในกลุ่มของเก้าอีไม้ชำรุดซึ่งวางกองอยู่ที่ด้านหนึ่งของพื้น<br />
สลบคาทีร่างเต็มไปด้วยแผลรวมทั้งศีรษะซึ่งแตกเพราะกระแทกเก้าอี้ถึง 6 แผล<br />
พิธีซ่อมรับน้องใหม่ชะงักในทันที ทุกคนทั้งพี่น้อง<br />
พอหายจากตกตะลึงก็พากันเข้ามาที่ร่างผมและปฐมพยาบาลเป็นการใหญ่<br />
แต่อาการผมไม่ดีขึ้นปวดเมื่อยขัดยอก ไปทั้งตัว และเลือดจากบาดแผลก็ไหลไม่หยุด<br />
ลงท้ายรุ่นพี่เลยต้องนำผมส่งโรงพยาบาลในตัวจังหวัดกลางดึกคืนนั้นเอง<br />
&#8230;สาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่มีใครทราบแม้แต่คนเดียว<br />
ผมซึ่งรู้แก่ใจปิดปากเงียบไม่บอกใคร รุ่นพี่เลยเหมาไปว่าผม เหนื่อย<br />
ตรากตรำกับการถูกซ่อม โดยรุ่นพี่เมาหนักเลยหมดแรงเป็นลมตกลงมาเอง สมน้ำหน้า<br />
ผมกล้ำกลืนความโกรธและ อาฆาตไว้ในใจ<br />
พร้อมสำนึกในความผิดที่ไม่ควรให้อภัยของตนเพราะกล่าววาจาไม่เคารพสถานที่<br />
ดูถูกดูหมิ่นเจ้าที่เจ้าทาง ผู้คุ้มครองพระราชวังโบราณ แม้จะไม่ได้เจตนา<br />
แต่มันก็ไม่เหมาะสมทั้งสิ้น เพราะเจ้าที่เจ้าทาง เจ้ากรรมนายเวรมีจริง<br />
..และพอกันทีกับประเพณีต้อนรับน้องใหม่ที่เกือบจะพรากชีวิตของผมไปจากโลกนี้เสียแล้วผมจะจำคืนวันรับน้องใหม่<br />
คืนนี้ไว้จนตาย ปีหน้าเมื่อผมสอบผ่านชั้นปีที่ 1<br />
ได้ผมจะไม่ยอกมาร่วมพิธีนี้อีกเลยเพราะละอายอดสูใจและผมก็ไม่เคย<br />
ไปปรากฏตัวในงานรับน้อง ใหม่ของนานา มหาวิทยาลัยมาตราบเท่าทุกวันนี้&#8230;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaighost.d-ja.com/2009/08/29/%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

