<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Thai Ghost &#187; สยอง</title>
	<atom:link href="http://thaighost.d-ja.com/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://thaighost.d-ja.com</link>
	<description>เล่าเรื่องผี เรื่องสยองขวัญ</description>
	<lastBuildDate>Tue, 27 Apr 2010 01:20:53 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>บ้านร้าง</title>
		<link>http://thaighost.d-ja.com/2009/08/29/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://thaighost.d-ja.com/2009/08/29/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 28 Aug 2009 19:08:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องผีไทย]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านผี]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[ผี]]></category>
		<category><![CDATA[ผี ชาวประมง]]></category>
		<category><![CDATA[ผี ประมง]]></category>
		<category><![CDATA[ผี สยอง]]></category>
		<category><![CDATA[ผีฆ่าผี]]></category>
		<category><![CDATA[ผีทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[ผีผี]]></category>
		<category><![CDATA[วิญญาน]]></category>
		<category><![CDATA[สยอง]]></category>
		<category><![CDATA[สยองขวัญ]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าผี]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าเรื่องผี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaighost.d-ja.com/?p=84</guid>
		<description><![CDATA[<p>ณ หมู่บ้านชาวประมงแห่งหนึ่ง
เด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งเดินทางมาพักค้างแรมที่บ้านเพื่อน เพื่อพักผ่อน
หลังสอบเสร็จ ขณะรับประทาน อาหาร ในตอนเย็น
เมื่อนิดมองออกไปเห็นบ้านหลังหนึ่งอยู่ห่างออกไป
ไม่ไกลจากหมู่บ้านนักจึงถามไถ่กับพ่อของหน่อย พ่อไม่พูดอะไร
มากเพียงแต่บอกว่าที่นั่นไม่มีคนอยู่
&#8230;..ในคืนนั้น เด็กทุกคนนอนหลับสนิท เพราะอ่อนเพลียจากการเดินทางรุ่งขึ้น
พ่อของหน่อยพาไปเที่ยวที่อ่านและ ผ่านบ้านหลังนั้น
บ้านนี้เหมือนบ้านร้างทั่วไปที่ไม่มีคนอยู่อาศัยมานาน ตกดึก
พ่อของหน่อยออกไปดูชาวประมงตกปลาเมื่อกลับเข้ามาในบ้าน ทุกคนหลับหมดแล้ว
แต่นิดยังนอนไม่หลับ นั่งเหม่อมองออกไปที่บ้านหลังนั้น เธอมองเห็นแสงไฟ
จากบ้านหลังนั้น จึงรู้สึกแปลกใจมาก
แม่เมื่อคิดทบทวนดูแล้วจึงคิดว่าคงมีชาวประมงแวะพักค้างคืนเช้าวันต่อมา
ขณะรับประทานอาหารนิดพูดถึง เหตุการณ์เมื่อคืนว่า เห็นแสงไฟ ที่บ้านหลังนั้น &#8221;
คงมีชาวประมงไปพักค้างคืน &#8221; หน่อยจึงบอกว่า ที่บ้านหลังนั้นไม่มีคนอยู่หรอก
เพราะชาวประมงจะ ไม่แวะบ้านร้างที่ไม่มีคนอยู่
&#8230;..ในคืนนั้น นิด นอนไม่หลับ และเพื่อนอีกคนก็นอนไม่หลับเหมือนกัน
ทั้งสองจึงออกไปนั่งเล่นที่ชานหน้าบ้านทั้งสอง พูดคุยกันถึงเรื่องอนาคต
จนกระทั่งนิดสังเกตเห็นแสงไฟ จึงเรียกให้เพื่อนดู
จากนั้นมีเสียงผู้หญิงร้องไห้ดังออกมา
นิด มองเห็นผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ในบ้านหลังนั้น
และมีผู้ชายคนหนึ่งกำลังใช้มีดฟันที่ร่างของผู้หญิงคนนั้น
และชายคนนั้นก็ฆ่าตัวตายตาม
นิดและเพื่อนส่งเสียงร้องออกมาด้วยความกลัว คนทั้งบ้านจึงตกใจตื่น
วิ่งมาดูที่ห้อง นิดจึงเล่าว่า เห็นผู้หญิงถูกผู้ชายฆ่าตาย
พ่อของหน่อยจึงบอกว่า ไม่มีอะไร ให้รีบเข้านอน
รุ่งเช้า พ่อของหน่อย จึงเล่าให้หน่อยฟังว่า
หลายเดือนก่อนเกิดเหตุการฆาตกรรมที่บ้านหลังนั้น ผู้ชายเป็นชาวประมง
ออกหาปลาหลายๆวัน จึงระแวงว่า ภรรยาจะมีชู้ จึงเกิดมีปากเสียงกันขึ้น
แล้วผู้ชายก็ลงมือฆ่าภรรยาของตัวเองถึงแก่ชีวิต แล้วฆ่าตัวตายตาม
จงจำไว้ว่า ชาวประมงจะไม่พักค้างแรมที่บ้านร้าง แน่นอน!</p>
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ณ หมู่บ้านชาวประมงแห่งหนึ่ง<br />
เด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งเดินทางมาพักค้างแรมที่บ้านเพื่อน เพื่อพักผ่อน<br />
หลังสอบเสร็จ ขณะรับประทาน อาหาร ในตอนเย็น<br />
เมื่อนิดมองออกไปเห็นบ้านหลังหนึ่งอยู่ห่างออกไป<br />
ไม่ไกลจากหมู่บ้านนักจึงถามไถ่กับพ่อของหน่อย พ่อไม่พูดอะไร<br />
มากเพียงแต่บอกว่าที่นั่นไม่มีคนอยู่<br />
&#8230;..ในคืนนั้น เด็กทุกคนนอนหลับสนิท เพราะอ่อนเพลียจากการเดินทางรุ่งขึ้น<br />
พ่อของหน่อยพาไปเที่ยวที่อ่านและ ผ่านบ้านหลังนั้น<span id="more-84"></span><br />
บ้านนี้เหมือนบ้านร้างทั่วไปที่ไม่มีคนอยู่อาศัยมานาน ตกดึก<br />
พ่อของหน่อยออกไปดูชาวประมงตกปลาเมื่อกลับเข้ามาในบ้าน ทุกคนหลับหมดแล้ว<br />
แต่นิดยังนอนไม่หลับ นั่งเหม่อมองออกไปที่บ้านหลังนั้น เธอมองเห็นแสงไฟ<br />
จากบ้านหลังนั้น จึงรู้สึกแปลกใจมาก<br />
แม่เมื่อคิดทบทวนดูแล้วจึงคิดว่าคงมีชาวประมงแวะพักค้างคืนเช้าวันต่อมา<br />
ขณะรับประทานอาหารนิดพูดถึง เหตุการณ์เมื่อคืนว่า เห็นแสงไฟ ที่บ้านหลังนั้น &#8221;<br />
คงมีชาวประมงไปพักค้างคืน &#8221; หน่อยจึงบอกว่า ที่บ้านหลังนั้นไม่มีคนอยู่หรอก<br />
เพราะชาวประมงจะ ไม่แวะบ้านร้างที่ไม่มีคนอยู่<br />
&#8230;..ในคืนนั้น นิด นอนไม่หลับ และเพื่อนอีกคนก็นอนไม่หลับเหมือนกัน<br />
ทั้งสองจึงออกไปนั่งเล่นที่ชานหน้าบ้านทั้งสอง พูดคุยกันถึงเรื่องอนาคต<br />
จนกระทั่งนิดสังเกตเห็นแสงไฟ จึงเรียกให้เพื่อนดู<br />
จากนั้นมีเสียงผู้หญิงร้องไห้ดังออกมา<br />
นิด มองเห็นผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ในบ้านหลังนั้น<br />
และมีผู้ชายคนหนึ่งกำลังใช้มีดฟันที่ร่างของผู้หญิงคนนั้น<br />
และชายคนนั้นก็ฆ่าตัวตายตาม<br />
นิดและเพื่อนส่งเสียงร้องออกมาด้วยความกลัว คนทั้งบ้านจึงตกใจตื่น<br />
วิ่งมาดูที่ห้อง นิดจึงเล่าว่า เห็นผู้หญิงถูกผู้ชายฆ่าตาย<br />
พ่อของหน่อยจึงบอกว่า ไม่มีอะไร ให้รีบเข้านอน<br />
รุ่งเช้า พ่อของหน่อย จึงเล่าให้หน่อยฟังว่า<br />
หลายเดือนก่อนเกิดเหตุการฆาตกรรมที่บ้านหลังนั้น ผู้ชายเป็นชาวประมง<br />
ออกหาปลาหลายๆวัน จึงระแวงว่า ภรรยาจะมีชู้ จึงเกิดมีปากเสียงกันขึ้น<br />
แล้วผู้ชายก็ลงมือฆ่าภรรยาของตัวเองถึงแก่ชีวิต แล้วฆ่าตัวตายตาม<br />
จงจำไว้ว่า ชาวประมงจะไม่พักค้างแรมที่บ้านร้าง แน่นอน!</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaighost.d-ja.com/2009/08/29/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สยองขวัญเมื่อครั้งเป็นนักศึกษา</title>
		<link>http://thaighost.d-ja.com/2009/08/28/%e0%b8%aa%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://thaighost.d-ja.com/2009/08/28/%e0%b8%aa%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 28 Aug 2009 15:02:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องผีไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ผี]]></category>
		<category><![CDATA[ผี สยอง]]></category>
		<category><![CDATA[ผีหลอก]]></category>
		<category><![CDATA[ผีหลอกนักศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[สยอง]]></category>
		<category><![CDATA[สยองขวัญ]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าเรื่องผี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaighost.d-ja.com/?p=24</guid>
		<description><![CDATA[<p>ชีวิตสมัยเป็นนักศึกษาปีแรกนั้นมันช่างเปี่ยมล้นไปด้วยความรู้สึกหลากหลายมีทั้งความสุขสนุกสนาน
ทุกข์เศร้าเคล้าน้ำตา  เหงาหงอยและตื่นเต้น !!!โดยเฉพาะชีวิตนักศึกษาที่ต้องอยู่ประรจำหอพักในมหาวิทยาลัยหรือ
เรียกสั้น ๆ ว่า“เด็กหอ”นั้นอย่าให้บอกเลยว่ามันส์ขนาดไหนสถาบันที่เป็นแหล่งประสิทธิ์ประสาทวิชาให้ข้าพเจ้าโดยการ
ใช้ชีวิตเป็นเวลา4 ปีเต็ม ๆ นั้นตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพ ฯเท่าใดนัก  ระยะทางในราวประมาณ 50กว่ากิโลเมตร
นั่งรถบัสจากสถานีขนส่งสายใต้ก็ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเศษถ้าขับรถส่วนตัวไปเองก็คงจะไม่เกิน 1ชั่วโมงเพื่อ
บรรลุถึงเป้าหมายในชีวิตของความเป็นนักศึกษา  นั่นก็คือการรับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์ของ
พระบาทสมด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อสำเร็จการศึกษาในขั้นปริญญาตรีแล้วนั่นเอง</p>
<p></p>
<p>แน่นอน !! สิ่งหนึ่งซึ่งสถาบันระดับอุดมศึกษาจะขาดเสียมิได้  นั่นก็คือ“พิธีรับน้องใหม่”
ถ้าจะพูดไปแล้วมหาวิทยาลัยที่ข้าพเจ้าร่ำเรียนนั้นก็มีชื่อเสียงพอสมควรไม่แพ้สถาบันแห่งอื่น
ๆ ในเรื่องพิธีที่ว่านี้  มันเป็นภาพที่ติดตา  ตรึงใจและประทับใจจนตายก็ว่าได้
เพราะชีวิตนี้คงจะมีเหตุการณ์เช่นนี้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นตามปกติทั่วไปสถาบันต่าง ๆ เขาก็จะมีพิธี
รับน้องใหม่ของมหาวิทยาลัยแต่เมื่อมาอยู่ประจำหอพักก็จะมีเพิ่มขึ้นมาอีก  1 พิธี  นั่นก็คือ “รับน้องหอ”</p>
<p>และเจ้าพิธีที่ว่านี้แหละที่ได้คาดคั้นเอาน้ำตาหลายต่อหลายหยดออกมาจากเบ้าตาของนักศึกษาปีที่
1 มาก็หลายต่อหลายคนแล้วคืนแรกของการเป็นนักศึกษาประจำหอพักมันช่างน่าตื่นเต้นเสียนี่กระไร
นับตั้งแต่ย่างก้าวแรกที่เหยียบเข้าไปในรั้วของมหาวิทยาลัยตึกเรียนเป็นหลังสักประมาณ 2 – 3 อาคารเรียน
ห้องสมุด  ห้องอาหาร  ห้องธุรการ</p>
<p>ห้องพักอาจารย์ผู้สอนหรือแม้กระทั่งหอพักบางส่วนที่อาศัยอยู่ชั้นบนของอาคารเรียนอันรวม
อยู่ในบริเวณเรียนแห่งนั้นอาจารย์ที่กำลังสอนหนังสือ  นักศึกษารุ่นพี่ที่เดินขวักไขว่ไปมาในบริเวณนั้น
ทุกคนต่างมองมายังน้องใหม่อย่างเราด้วยอากัปกิริยาต่างกันหลายรูปแบบบ้างก็เชื้อเชิญยิ้มให้อย่างเป็นมิตร
บ้างก็ทำเฉยเมยบ้างก็วางก้ามว่าข้านี่แหละรุ่นพี่อย่าแหยมนะ  มิหนำซ้ำบางคนก็ทำหน้าตาดุ ๆใส่น้องใหม่เพื่อ
เป็นการตัดไม้ข่มนามแต่เนิ่น ๆนั่นเองน้องใหม่ทุกคนไม่มีใครสามารถหยั่งรู้ถึงขะตากรรมของตัวเองว่า
คืนนี้เราจะถูกปฏิบัติการจากรุ่นพี่อย่างไรบ้างในระยะสองสามคืนแรกพวกรุ่นพี่ยังคงปล่อยให้รุ่นน้องปี1
ตายใจก่อน โดยยังไม่เริ่มปฏิบัติการแต่อย่างใดเพียงแต่ให้พวกรุ่นน้องทุกคนได้ม่เวลาทำความรู้จักคุ้นเคยกัน
เสียก่อนฉะนั้นน้องใหม่ทุกคนก็ยังเย็นใจว่าไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติอะไรเกิดขึ้นและสิ่งหนึ่งที่จะขาดเสียมิได้ก็คือ
นักศึกษามักจะมารวมตัวกันที่ห้องโถงนั่งเล่นเพื่อดูโทรทัศน์ซึ่งจะอยู่ตรงกลางระหว่างปีกอาคาร
2 ปีกที่แยกออกไปเป็นห้องพักของนักศึกษาหญิงในแต่ละชั้น</p>
<p>กิจวัตรประจำของพวกเราเด็กใหม่ปี 1ก็คือเข้าก็แต่งตัวไปเรียนหนังสือโดยการถีบพาหนะคู่ใจอันได้แก่
รถจักรยานบ้างก็ขี่รถมอเตอร์ไซค์  บางคนก็ใช้วิธีเดินหอพักหญิงสองอาคารนี้ตั้งอยู่ค่อนข้างห่างจากอาคารเรียน
พอควรซึ่งถ้าจะรวมอาณาบริเวณของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็นับได้ว่ามีอาณาเขตกว้างขวางพอสมควร</p>
<p>ทั้งนี้เพราะว่าเป็นเขตพระราชฐานเก่าแก่เมื่อครั้งสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว
ตลอดแนวทางเดินสองข้างทางจะปกคลุมไปด้วยต้นไม้ใหญ่หลายต้นอันนำมาซึ่งความร่มรื่น
แก่ผู้ใช้ทางเดินสัญจรไปมา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ชีวิตสมัยเป็นนักศึกษาปีแรกนั้นมันช่างเปี่ยมล้นไปด้วยความรู้สึกหลากหลายมีทั้งความสุขสนุกสนาน<br />
ทุกข์เศร้าเคล้าน้ำตา  เหงาหงอยและตื่นเต้น !!!โดยเฉพาะชีวิตนักศึกษาที่ต้องอยู่ประรจำหอพักในมหาวิทยาลัยหรือ<br />
เรียกสั้น ๆ ว่า“เด็กหอ”นั้นอย่าให้บอกเลยว่ามันส์ขนาดไหนสถาบันที่เป็นแหล่งประสิทธิ์ประสาทวิชาให้ข้าพเจ้าโดยการ<br />
ใช้ชีวิตเป็นเวลา4 ปีเต็ม ๆ นั้นตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพ ฯเท่าใดนัก  ระยะทางในราวประมาณ 50กว่ากิโลเมตร<br />
นั่งรถบัสจากสถานีขนส่งสายใต้ก็ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเศษถ้าขับรถส่วนตัวไปเองก็คงจะไม่เกิน 1ชั่วโมงเพื่อ<br />
บรรลุถึงเป้าหมายในชีวิตของความเป็นนักศึกษา  นั่นก็คือการรับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์ของ<br />
พระบาทสมด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อสำเร็จการศึกษาในขั้นปริญญาตรีแล้วนั่นเอง</p>
<p><span id="more-24"></span></p>
<p>แน่นอน !! สิ่งหนึ่งซึ่งสถาบันระดับอุดมศึกษาจะขาดเสียมิได้  นั่นก็คือ“พิธีรับน้องใหม่”<br />
ถ้าจะพูดไปแล้วมหาวิทยาลัยที่ข้าพเจ้าร่ำเรียนนั้นก็มีชื่อเสียงพอสมควรไม่แพ้สถาบันแห่งอื่น<br />
ๆ ในเรื่องพิธีที่ว่านี้  มันเป็นภาพที่ติดตา  ตรึงใจและประทับใจจนตายก็ว่าได้<br />
เพราะชีวิตนี้คงจะมีเหตุการณ์เช่นนี้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นตามปกติทั่วไปสถาบันต่าง ๆ เขาก็จะมีพิธี<br />
รับน้องใหม่ของมหาวิทยาลัยแต่เมื่อมาอยู่ประจำหอพักก็จะมีเพิ่มขึ้นมาอีก  1 พิธี  นั่นก็คือ “รับน้องหอ”</p>
<p>และเจ้าพิธีที่ว่านี้แหละที่ได้คาดคั้นเอาน้ำตาหลายต่อหลายหยดออกมาจากเบ้าตาของนักศึกษาปีที่<br />
1 มาก็หลายต่อหลายคนแล้วคืนแรกของการเป็นนักศึกษาประจำหอพักมันช่างน่าตื่นเต้นเสียนี่กระไร<br />
นับตั้งแต่ย่างก้าวแรกที่เหยียบเข้าไปในรั้วของมหาวิทยาลัยตึกเรียนเป็นหลังสักประมาณ 2 – 3 อาคารเรียน<br />
ห้องสมุด  ห้องอาหาร  ห้องธุรการ</p>
<p>ห้องพักอาจารย์ผู้สอนหรือแม้กระทั่งหอพักบางส่วนที่อาศัยอยู่ชั้นบนของอาคารเรียนอันรวม<br />
อยู่ในบริเวณเรียนแห่งนั้นอาจารย์ที่กำลังสอนหนังสือ  นักศึกษารุ่นพี่ที่เดินขวักไขว่ไปมาในบริเวณนั้น<br />
ทุกคนต่างมองมายังน้องใหม่อย่างเราด้วยอากัปกิริยาต่างกันหลายรูปแบบบ้างก็เชื้อเชิญยิ้มให้อย่างเป็นมิตร<br />
บ้างก็ทำเฉยเมยบ้างก็วางก้ามว่าข้านี่แหละรุ่นพี่อย่าแหยมนะ  มิหนำซ้ำบางคนก็ทำหน้าตาดุ ๆใส่น้องใหม่เพื่อ<br />
เป็นการตัดไม้ข่มนามแต่เนิ่น ๆนั่นเองน้องใหม่ทุกคนไม่มีใครสามารถหยั่งรู้ถึงขะตากรรมของตัวเองว่า<br />
คืนนี้เราจะถูกปฏิบัติการจากรุ่นพี่อย่างไรบ้างในระยะสองสามคืนแรกพวกรุ่นพี่ยังคงปล่อยให้รุ่นน้องปี1<br />
ตายใจก่อน โดยยังไม่เริ่มปฏิบัติการแต่อย่างใดเพียงแต่ให้พวกรุ่นน้องทุกคนได้ม่เวลาทำความรู้จักคุ้นเคยกัน<br />
เสียก่อนฉะนั้นน้องใหม่ทุกคนก็ยังเย็นใจว่าไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติอะไรเกิดขึ้นและสิ่งหนึ่งที่จะขาดเสียมิได้ก็คือ<br />
นักศึกษามักจะมารวมตัวกันที่ห้องโถงนั่งเล่นเพื่อดูโทรทัศน์ซึ่งจะอยู่ตรงกลางระหว่างปีกอาคาร<br />
2 ปีกที่แยกออกไปเป็นห้องพักของนักศึกษาหญิงในแต่ละชั้น</p>
<p>กิจวัตรประจำของพวกเราเด็กใหม่ปี 1ก็คือเข้าก็แต่งตัวไปเรียนหนังสือโดยการถีบพาหนะคู่ใจอันได้แก่<br />
รถจักรยานบ้างก็ขี่รถมอเตอร์ไซค์  บางคนก็ใช้วิธีเดินหอพักหญิงสองอาคารนี้ตั้งอยู่ค่อนข้างห่างจากอาคารเรียน<br />
พอควรซึ่งถ้าจะรวมอาณาบริเวณของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็นับได้ว่ามีอาณาเขตกว้างขวางพอสมควร</p>
<p>ทั้งนี้เพราะว่าเป็นเขตพระราชฐานเก่าแก่เมื่อครั้งสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว<br />
ตลอดแนวทางเดินสองข้างทางจะปกคลุมไปด้วยต้นไม้ใหญ่หลายต้นอันนำมาซึ่งความร่มรื่น<br />
แก่ผู้ใช้ทางเดินสัญจรไปมา  ในสมัยแรก ๆ จึงยังมีอาคารเรียนเพียง 2 – 3อาคารเท่านั้น  หอพักหญิงก็มีจำนวนน้อย<br />
ประมาณ  2  อาคารเช่นกันถ้าต้องการเดินไปอาคารเรียนพวกเรามักจะนิยมเดินเลาะไปตามถนนใหญ่เรื่อย ๆ<br />
มาจนถึงบริเวณที่เป็นสระน้ำกว้างใหญ่ซึ่งปกคลุมไปด้วยพืชพันธุ์ไม้ต่าง ๆ นานา<br />
ทางลัดที่ใช้กันก็คือสะพานข้ามเชื่อมโยงระหว่างบริเวณอาคารเรียนติดต่อกับทางเดินไปยังหอพัก<br />
ระยะทางจึงค่อนข้างเปลี่ยวในยามค่ำคืน และจะสดชื่นมากในยามเข้าอย่างไรก็ตาม<br />
นักศึกษามักจะนิยมพักครึ่งทางโดยนั่งคุยกันริมสระน้ำซึ่งจะมีเก้าอี้นั่งเล่นเรียงรายอยู่รอบๆ เป็นจุดไปและมักจะ<br />
มีเรื่องเล่าขานต่อ ๆ  กันมาหลายยุคหลายรุ่นนักศึกษาว่าบริเวณทางเดินแห่งนี้เป็นบริเวณที่น่ากลัวมากในยามค่ำคืน<br />
เพราะว่าจะมีคนเห็นอะไรที่แปลก ๆโดยไม่คาดฝันเสมอโดยเฉพาะในเวลายามวิกาลถ้าใครที่มี<br />
ความจำเป็นจะต้องใช้เส้นทางนั้นเดินกลับไปยังหอพักเพียงคนเดียวแล้วก็คงจะต้องจ้ำอ้าวๆ  เพื่อให้ถึงทีหมายเร็ว  ๆ<br />
ในขณะที่เดินไปถ้าเกิดมีเสียงอไรดังขึ้นมานิดหนึ่งซึ่งอาจจะเป็นเสียงของจ๊ะกจั่นเรไร<br />
ถ้าไม่รวบรวมสติให้ดี ๆ ก็คงได้ตกใจหัวโกร๊นเป็นแน่มิหนำซ้ำอุปทานก็เล่นเอาคนเดินเหงื่อท่วมตัวได้เหมือนกัน  ทั้ง ๆ<br />
ที่อากาศก็ไม่ได้ร้อนเลยเรียกว่าแทบจะอยู่กลางทุ่งนาที่มีลมพัดโชยมากระทบตัวตลอดเวลาฉะนั้นพวกเราน้องใหม่<br />
จึงนิยามแฟชั่นไปไหนมาไหนกันเป็นกลุ่มแบบเลือดสุพรรณ ฯนับวันเรื่องประเภทนี้กิยิ่งเริ่มหนาหูและเป็นที่กล่าวขาน<br />
มากขึ้นในกลุ่มอาจารย์และนักศึกษาบ้างก็เล่าว่าในหอพักนักศึกษาขายบ่อยครั้งในยามดึกบางคนมักจะพบเห็นผู้หญิง<br />
แต่งตัวในชุดไทยเดินปรากฏกายให้เห็นด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มสวยงาม และทักทายแต่ถ้าโชคร้ายก็อาจจะมาในรูปร่าง<br />
น่ากลัวน่าเกลียดบางครั้งก็เป็นหญิงชราหรือชาวนา และหลายครั้งก็มาในรูปแบบของการหลอกหลอน<br />
นั่นคือการปรากฏกายเพียงท่อนบนของร่างกาย ในกระจกเงาที่เราใช้แต่งตัวในห้องพักสิ่งเหล่านี้ยังไม่มีใครสามารถพิสูจน์<br />
ได้ว่าเป็นจริงรึเปล่าเมื่อวันเวลาผ่านไปจากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปีเรื่องเช่นนี้ก็ยิ่งมีมากขึ้นเป็นทวีคูณ<br />
โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่หอหญิงจะนิยมการเล่นผีถ้วยแก้วมากแต่ก็ต้องนั่งจับกลุ่มกันเพราะความกลัว<br />
บางคนก็เล่าว่าในเวลากลางคืนมักจะได้ยินเสียงดนตรีไทยเมื่อเสียงเริ่มชัดเจนและใกล้เข้ามาก็ทนไม่ไหวสงสัยนักว่า<br />
ใครหนอมานั่งเล่นเพลงไทยเดิมในยามวิกาลเงียบสงัดเช่นนี้</p>
<p>หนักเข้าความอยากรู้อยากเห็นทำให้ตื่นขึ้นมากลางดึกเดินออกจากห้องพักไปตามเสียงเพลง<br />
ครั้นพอมาถึงห้องนั่งดูทีวีก็แทบช็อคหมดสติ  ยืนตัวแข็งนิ่งอยู่กับที่เพราะภาพที่ปรากฏต่อตาก็คือสตรีหลายนางแต่ง<br />
ชุดไทยเดิมนั่งพับเพียบบรรเลงเพลงไทยปี่พาทย์มโหรี  แค่ได้ยินคำเล่าขานเพียงเท่านั้น<br />
ข้าพเจ้ายังขนลุกซู่เลยถ้าต้องประสบกับตัวเองก็ยังเดาไม่ออกว่าจะรู้สึกเช่นไรเรื่องประเภทนี้เรามักจะได้รับฟังคำถ่ายทอดจาก<br />
รุ่นพี่หลายต่อหลายคนจนกระทั่งมีความรู้สึกกลัว  และไม่กล้าไปไหนมาไหนคนเดียวใหม่ ๆ<br />
ก็ต้องปลุกเพื่อนร่วมห้องกลางดึกทุกครั้งเวลาจะไปห้องน้ำกลางคืน<br />
แล้วก็ให้ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องน้ำจนกว่าจะเสร็จภารกิจ</p>
<p>การรับน้องหอจะมีเป็นประจำทุกคืนไม่มีการยกเว้น  รุ่นพี่ปี 2, 3  และ 4<br />
จะมีตัวแทนซึ่งเรียกกันว่า “ว้ากเก้อร์”  มายืนตะโกนเสียงดัง ๆ ขู่บังคับให้รุ่นน้องปี 1 กระทำในสิ่งที่ตนต้องการให้ทำ<br />
ฉะนั้นถ้าใครที่มีหน้าตาสวยน่ารักหรือหล่อเหลาหน่อยก็จะถูกเรียกออกมาซ่อมเดี่ยวบ่อยๆ แทบทุกคืน  การรับน้องใหม่หรือ<br />
“การซ่อมน้อง”  จะคล้าย ๆกันทุกปีเพียงแต่ว่าว้ากเก้อร์ในแต่ละปีจะเปลี่ยนโฉมหน้าไปเท่านั้นเอง<br />
ใครที่แก่นแก้วหรือเป็นจอมซ่าส์ในหมู่เพื่อนฝูงก็จะถูกพวกรุ่นพี่คอยจับตาเพ่งเล็งเป็นพิเศษ<br />
บ้างก็ให้กระโดดลงไปในสระน้ำทั้ง ๆ ที่ว่ายน้ำไม่เป็น  ให้ทำท่าประหลาด ๆเพื่อเรียกเสียงฮาจากเพื่อน ๆ<br />
นักศึกษาบางคนที่ไม่เคยได้พบเห็นการกระทำที่รุนแรงทนไม่ไหวถึงกับปล่อยโฮร้องไห้ออกมาดังๆ<br />
ก็มียิ่งร้องไห้ก็จะยิ่งถูกขู่ตะคอกมากขึ้นหนทางเดียวที่ทำกันในหมู่พวกเราก็คือนั่งปรับทุกข์และด่าพวกรุ่นพี่ลับหลังทุกคืน</p>
<p>ในบรรดานักศึกษาปี 1ทั้งหมดพวกเราทุกคนต่างพากันอิจฉาเพื่อนร่วมรุ่นคนหนึ่งมาก “ก้อย”<br />
เป็นเด็กขี้โรคมีโรคประจำตัวคือปวดท้องอย่างรุนแรงเนื่องจากเป็นโรคกระเพาะอาหารรื้อรัง<br />
ดังนั้นก้อยจึงถูกยกเว้นไม่ต้องถูกซ่อมน้องใหม่ทุกคืนแต่ก็ต้องนอนพักอยู่ในห้องนอนเพียงลำพังคนเดียวทุกคืนเช่นกัน<br />
พวกเราบางครั้งที่เบื่อหน่ายกับพิธีการรับน้องก็พลอยอยากจะเป็นก้อยบ้างแต่พอคิดว่าจะต้องนอนอยู่ในห้องพักคนเดียว<br />
ก็ขยาดเหมือนกันเพราะเกรงว่าจะพบกับแขกที่ไม่ได้รับเชิญในยามวิกาลแหม&#8230;มันก็ได้อย่างเสียอย่างอีกนั่นแหละ<br />
และแล้วในคืนหนึ่ง  เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นในขณะที่รุ่นพี่ว้ากเก้อร์กำลังตะโกนซ่อมน้องอยู่ทุก ๆ<br />
คนกำลังร้องเพลงเชียร์และเพลงมหาวิทยาลัย  ฉับพลัน  สายตาทุก ๆคู่ก็จ้องมองไปยังจุดหมายเดียวกันนั้นคือ<br />
ก้อยซึ่งวิ่งร้องไห้กระหืดกระหอบลงมาจากห้องนอนชั้นสูงสุดของอาคารหอพักลงมายังชั้นล่างที่พวกเราชุมนุมกันอยู่<br />
ด้วยท่าทางหวาดกลัว ประกอบกับก้อยะเป็นคนเจ้าเนื้อ  ตัวกลม  ฉะนั้นกว่าจะวิ่งจากชั้น 4ลงมาชั้นล่างก็เล่นเอาเหงื่อ<br />
ตกหอบแฮ่ก ๆ ก้อยละล่ำละลักเล่าว่าขณะกำลังเคลิ้มครึ่งหลับครึ่งตื่นอยู่นั้นได้เห็นหญิงชราคนหนึ่งใส่ชุดไทยเดินเข้ามา<br />
นั่งบนเตียงข้างใบหน้าของหญิงชราคนนั้นเฉยเมยไม่ยิ้มแย้มเลยในขณะที่เอ่ยปากถามไถ่อาการเจ็บป่วยของก้อย</p>
<p>“เป็นไงบ้าง&#8230;.รู้สึกอาการดีขึ้นบ้างไหม?”  ทั้ง ๆที่อยู่ในสภาพเหมือนฝันนั้นเอง  ก้อยก็ตอบหญิงชราคน<br />
นั้นว่า“ก็ดีขึ้นมากแล้วค่ะ”  ในใจก็ให้สงสัยเป็นยิ่งนักว่าหญิงชราแก่ ๆคนนี้เป็นใครกันหนอ  แล้วเข้ามาในห้องนี้ตอนไหนกัน<br />
แต่มิทันที่ก้อยจะอ้าปากถามหญิงคนนั้นในข้อกังขาใด ๆทันใดนั้นหญิงขราคนนั้นก็ทำหน้าแสยะยิ้มแบบมีเลศนัยพร้อมทั้ง<br />
โต้ตอบกลับมาอันเป็นต้นเหตุที่ทำใสห้ตนต้องวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิตว่า “นึกว่ายังไม่ดีขึ้น &#8230;. จะได้เอาไปอยู่ด้วย”หลังจาก<br />
เหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นพวกเราก็วิตกกังวลและกลัวผีมากกว่าที่เป็นอยู่แล้ว จนกระทั่งต้องไปอาศัยอยู่มาแต่แรกและก็ได้คำตอบ<br />
ว่าหอพักนักศึกษาหญิงแห่งนี้เคยเป็น “แดนประหาร”ในอดีตกาลมาก่อนดังนั้นจึงทำให้เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นอยู่เสมอหลัง<br />
จากมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับก้อยแล้วพวกคณาจารย์รวมทั้งนักศึกษารุ่นพี่และน้องใหม่ต่างก็ได้ร่วมมือกันจัดทำงานทำบุญตึก<br />
โดยนิมนต์พระสงฆ์มาสวดทำบุญให้กับดวงวิญญาณเหล่าสนั้นที่ยีงไม่ได้ไปผุดไปเกิดอย่าได้มาหลอกหลอนกันอีกเลยและ<br />
ขออุทิศผล บุญกุศลแด่ดวงวิญญาณทุกดวงรวมทั้งขอให้พวกเราทุกคน ได้พักอาศัยอยู่ในสถานที่แห่งนี้อย่างสุขสบายและ<br />
ปลอดภัยร่มเย็นเป็นสุข ตลอดระยะเวลาที่มาใช้ชีวิตร่วมกัน ณ ที่แห่งนั้นด้วยดูเหมือนว่าจะได้ผล  หลังจากการทำบุญตึก<br />
แล้วพวกเราขาวหอก็ไม่มีใครได้พบกับเหตุการณ์ประหลาดอีกเลยก็ขออนุโมทนาแผ่ส่วนกุศลแด่ดวงวิญญาณทุก ๆ ดวง<br />
และขอขอบคุณที่ตลอดเวลาตัวของข้าพเจ้านี้มิได้มีโอกาสเห็นเลย &#8230;.และก็ไม่คิดว่าอยากที่จะพบกับ ท่านเหล่านั้นด้วยเพราะ<br />
ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้วข้าพเจ้าก็เกรงว่าตัวเองอาจจะหัวโกร๋นก่อนจะสำเร็จการศึกษาก็เป็นได้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaighost.d-ja.com/2009/08/28/%e0%b8%aa%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

