<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Thai Ghost &#187; วิญญาน</title>
	<atom:link href="http://thaighost.d-ja.com/tag/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://thaighost.d-ja.com</link>
	<description>เล่าเรื่องผี เรื่องสยองขวัญ</description>
	<lastBuildDate>Tue, 27 Apr 2010 01:20:53 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>ความผูกพัน</title>
		<link>http://thaighost.d-ja.com/2009/08/29/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://thaighost.d-ja.com/2009/08/29/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 28 Aug 2009 19:31:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องผีไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ความผูกพัน]]></category>
		<category><![CDATA[ตายทั้งกลม]]></category>
		<category><![CDATA[ผี]]></category>
		<category><![CDATA[ผี สยอง]]></category>
		<category><![CDATA[ผีกล่อม]]></category>
		<category><![CDATA[ผีกล่อมลูก]]></category>
		<category><![CDATA[ผีตายทั้งกลม]]></category>
		<category><![CDATA[ผีท่าน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ผีหลอก]]></category>
		<category><![CDATA[วิญญาน]]></category>
		<category><![CDATA[สยองขวัญ]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าเรื่องผี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaighost.d-ja.com/?p=93</guid>
		<description><![CDATA[สถานีตำรวจนครบาลหลักสอง เมื่อปีพุทธศักราช 2497 ตั้งอยู่ริม คลองขุดภาษีเจริญ
  ฝั่งตรงข้ามมีวัดเก่าแก่อยู่วัดหนึ่งชื่อวัดม่วง อยู่ใน เขตอำเภอหนองแขม
  การคมนาคม มีอยู่ทางเดียวคือคลองทีว่านี้
  จะไปไหนมาไหนก็ต้องใช้เรีอเป็นพาหนะจะติดต่อราชการที่อำเภอ
  ต้องใช้เรือพายหรือเรือแจวก็ประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าจะถึง ถ้าไปหาหมอที่
  สุขศาลาบางแค ก็ประมาณ 3 ชั่วโมง ไม่ต้อง พูดถึงโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งต้องเข้า
  คลองเล็กคลองน้อย เพื่อไปออกแม่น้ำ เจ้าพระยากว่าจะถึงก็เป็นวัน ชาวบ้าน

  ที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ริมคลองในละแวกนั้น ส่วนใหญ่จะทำสวนผักและสวนผลไม้
  ส่วนผู้ที่อยู่ลึกจากริมคลองเข้าไปจะ ทำนา หลังสถานีตำรวจหรือที่เรียกว่า
  โรงพักนั้นก็เป็นท้องทุ่งนา พอเข้า หน้าฝน ชาวนาเริ่มดำนา ปลูกข้าว
  จะเห็นผืนนาสีเขียวขจีจนสุดสายตา
  ตอนเย็นๆสามารถมองเห็นพระอาทิตย์ ตกลับขอบฟ้าอย่างสวยงามเย็นวันหนึ่ง
  มีเรือแจวมาจอดที่ ศาลาหน้าวัด คนแเจวเรือเป็นชายหนุ่ม อายุยังไม่ถึง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<pre id="line10">สถานีตำรวจนครบาลหลักสอง เมื่อปีพุทธศักราช 2497 ตั้งอยู่ริม คลองขุดภาษีเจริญ
  ฝั่งตรงข้ามมีวัดเก่าแก่อยู่วัดหนึ่งชื่อวัดม่วง อยู่ใน เขตอำเภอหนองแขม
  การคมนาคม มีอยู่ทางเดียวคือคลองทีว่านี้
  จะไปไหนมาไหนก็ต้องใช้เรีอเป็นพาหนะจะติดต่อราชการที่อำเภอ
  ต้องใช้เรือพายหรือเรือแจวก็ประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าจะถึง ถ้าไปหาหมอที่
  สุขศาลาบางแค ก็ประมาณ 3 ชั่วโมง ไม่ต้อง พูดถึงโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งต้องเข้า
  คลองเล็กคลองน้อย เพื่อไปออกแม่น้ำ เจ้าพระยากว่าจะถึงก็เป็นวัน ชาวบ้าน
<span id="more-93"></span>
  ที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ริมคลองในละแวกนั้น ส่วนใหญ่จะทำสวนผักและสวนผลไม้
  ส่วนผู้ที่อยู่ลึกจากริมคลองเข้าไปจะ ทำนา หลังสถานีตำรวจหรือที่เรียกว่า
  โรงพักนั้นก็เป็นท้องทุ่งนา พอเข้า หน้าฝน ชาวนาเริ่มดำนา ปลูกข้าว
  จะเห็นผืนนาสีเขียวขจีจนสุดสายตา
  ตอนเย็นๆสามารถมองเห็นพระอาทิตย์ ตกลับขอบฟ้าอย่างสวยงามเย็นวันหนึ่ง
  มีเรือแจวมาจอดที่ ศาลาหน้าวัด คนแเจวเรือเป็นชายหนุ่ม อายุยังไม่ถึง 30
  ปีขึ้นมานั่งร้องไห้อยู่ที่ขั้นบันไดศาลา มือข้างหนึ่งจับแคม เรือเอาไว้
  อีกข้างหนึ่งหยิบชายผ้า ขาวม้าเช็ดน้ำตาอยู่ไม่ได้หยุด ภายใน
  เรือมีผู้หญิงท้องแก่นอนอยู่ มือข้าง หนึ่งของเธอจับไว้ที่ท้อง นอนแน่นิ่ง
  ไม่เคลื่อนไหวใดๆเลย สักพักเมื่อมีคนมามุงดู สอบถามจึงได้ความว่าหญิงที่
  นอนอยู่ในเรือนั้นเป็นเมียของเขาเอง เจ็บท้องใกล้คลอด กำลังจะไปหาหมอที่
  สุขศาลา เขาแจวเรือพาเมียออกจาก บ้านมาตั้งแต่ตอนบ่าย ก่อนจะถึงวัด หน่อยเดียว
  เมียทนเจ็บไม่ไหวสิ้นลมขาดใจไปเสียก่อน เขาก็หมดเรี่ยวแรง
  จะแจวเรือต่อไปไหนได้อีก จึงจอดเรือ อยู่ตรงนี้
  ลุงไหว ผู้ซึ่งสิงสถิตอยู่ที่ศาลาท่า น้ำหน้าวัด นี้เป็นประจำ สะกิดไอ้แกละ
  เด็กวัดที่เป็นไทยมุงอยู่ใกล้ๆ
  "ไอ้แกละ มึงรีบวิ่งไปบอกท่าน พระครูทีวะ ว่าที่ท่าน้ำกำลังมีเรื่อง เผื่อ
  ท่านจะช่วยอะไรได้บ้าง เร็วๆนะโว้ย"
  "ทำไมต้องเป็นฉันด้วยล่ะลุง ฉันเพิ่งมาถึง ยังดูไม่เห็นอะไรเลย"
  "จะดูให้เห็นพระแสงด้ามยาวอะไร อีกเล่า คนตายนอนกลิ้งอยู่ในเรือนั่นไง ละนี่
  คนเขากำลังทุกข์กำลังโศก ช้า
  นักเดี๋ยวกูถีบเปรี้ยงเข้าให้หรอก ว่า พลางยกเท้าหราขึ้นมา
  ไอ้แกละหลบวูบพร้อมทั้งโกยแน่บ วิ่งขึ้นกุฏิไป
  พักเดียว พระครูใบฏีกาเจ้าอาวาส ก็เดินขยับจีวรมาถึงท่าน้ำ แหวกไทย มุงมาหา
  "อีหนูเมียของโยมมันตายนาน หรือยัง หือ" พระครูไม่ยอมเสียเวลา เริ่มสอบสวน
  "เพิ่งสักพักใหญ่ๆมานี่เอง หลวง พ่อ ก่อนที่เรือจะเข้าเขตวัดนิดเดียว"
  "แล้วนี่เอ็งจะทำประการใดต่อไป ล่ะ...." พระครูเปลี่ยนสรรพนามชะแล้ว
  ด้วยความเคยชิน
  "ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน" ว่าพลาง เจ้าหนุ่มก็ก้มหน้า เอาชายผ้าขาวม้า
  เช็ดน้ำตาอีกบ้านผมก็อยู่ไกล ลึก
  เข้าไปในคลองเล็กโน้น ที่บ้านก็อยู่กัน สองคนผัวเมียเท่านั้น ไม่มีใคร บ้าน
  พ่อตาแม่ยายก็อยู่ที่หนองแขม ไม่รู้
  เขาจะว่าอย่างไรเลย สตางค์ก็มีติดตัว มาไม่กี่บาท" พลางถอนสะอึ้น
  "เอ่อ....เอาละวะ เอ็งหักห้ามใจชะเถอะ คิดว่าเมียมึงมันทำบุญมาแค่นี้"
  ท่านพระครูปลอบ.... "เอาอย่างงี้ก็แล้วกัน เดี่ยวมึงกับไอ้พวกแถวๆนี้ไปช่วย
  กันยกเมียมึงขึ้นมาไว้บนศาลานี่ก่อน แล้วมึงก็รีบกลับไปบอกพ่อตาแม่ยาย มึง
  ญาติโกโหติกาทั้งหลายให้รู้ แล้ว
  พรุ่งนี้ มึงค่อยซื้อโลงเอามาใส่อีหนูมัน ส่วนจะสวดกี่วันจะเผาเมื่อไหร่
  พรุ่งนี้ ค่อยมาดยกับกู" คราวนี้ท่านพระครูใช้สรรพนามแบบคนกันเอง
  "ก็ดีเหมือนกัน หลวงพ่อ
  แต่....หลวงพ่อจะทิ้งให้เมียผมนอนอยู่คนเดียวบนศาลานี่น่ะเหรอ....มีใครอยู่เป็นเพื่อนมันมั่งไหม...."
  "ปั๊ดโธ่!!! เมียมึงมันตายแล้วนะ โว้ย ใครเค้าจะมาอยู่เป็นเพื่อนผี....มึง
  ไม่ต้องห่วงหรอก....ไม่มีใครทำอะไร หรอกวะ ว่าพลางหันไปหาไอ้แกละ คนเดิม
  "ไอ้แกละ มึงวิ่งไปบนกุฏิกู ไป หยิบเสื่อมาผืนหนึ่ง ผืนที่ตากอยู่ตรง
  ระเบียงนั้นน่ะโว้ย ไป๊-ไปเอามา" "ทิดไหวกะทิดเจียม เดี๋ยวพอไอ้
  แกละมันเอาเสื่อมา ให้มันปูบนศาลานี่ ไว้ไห้เมียไอ้หนุ่มนี่มันนอน แล้วเอ็ง
  ช่วยไอ้หนุ่มมันยกอีหนูในเรือขึ้นมาไว้ บนศาลานี่หน่อย นึกว่าเอาบุญเถอะวะ
  พ่อคุณ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว เดี๋ยวกูจะ ไปหาผ้าห่มมาห่มให้อีหนูมันหน่อย
  เผื่อมันจะหนาว อ้อ....ตะเกียงกระป๋อง
  อีกดวง...." พูดจบท่านก็เดินกลับไปที่ กุฏิของท่าน ปล่อยให้บรรดาไทยมุง
  ทั้งหลายวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ
  นานา วิถีชีวิตของประชาชนคนธรรมดา ในละแเวกนั้นความตายเป็นเรื่องปรกติ
  ที่เกิดขึ้นบ่อยๆ เห็นคนตายเอามาขึ้น
  ที่ศาลาท่าน้ำหน้าวัดจนชิน สำหรับคน ต่างถิ่นที่จำเป็นต้องสัญจรผ่านไปมา
  คงจะไม่ใช่เรื่อง ธรรมดาแน่นอน
  สถานีตำรวจซึ่งอยู่ตรงข้ามกับวัด ก็เป็นที่อาศัยจอดเรือพักนอนค้างคืน
  ของพ่อค้าวาณิชเพื่อหลีกเลี่ยงจาก
  ขโมยขะโจรที่มีชุกชุมตลอดลำคลอง ตั้งแต่สงครามมหาเอเชียบูรพาสงบ ใหม่ๆ
  คืนนี้ก็เช่นกัน มีเรือแจวขาย
  ถ่านมาขอจอดหน้าโรงพักเพื่อนอน ค้างคืน คอยให้รุ่งเช้าหลังจากหุงหา
  อาหารแล้วจะได้ออกเรือขายสินค้าของ
  ตนต่อไป คนขายถ่านคงจะมาจอดเรือ เอาเมื่อคำมืดแล้ว จึงไม่รู้ถึงเรื่องราว
  ที่เกิดขึ้นเมื่อตอนเย็น หลังจากที่ขึ้น
  จากเรือมาบอกเล่าเก้าสิบ ขออนุญาต นายสิบเวรที่เข้าเวรอยู่บนโรงพักตาม
  ธรรมเนียมแล้วก็ลงเรือไปกางมุ้งนอน
  ทันที คงจะเหน็ดเหนื่อยจากที่ต้อง แจวเรือมาตลอดทั้งวัน ตก
  ตอนดึกของคืนเดือนแรม นอกจากแสงไฟจากตะเกียงเจ้าพายุที่
  จุดไว้บนโรงพักแล้ว ทั่วบริเวณทั้งสอง ฝั่งคลองมืดมิดไปหมดตะเกียงกระป๋อง
  ที่ท่านพระครูอุดส่าห์หามาจุดเอาไว้
  คงน้ำมันหมดและดับไปนานแล้ว แสง จากฟ้าแลบนานๆครั้งทำให้เห็นคน
  นอนตะคุ่มๆอยู่บนศาลา คนขายถ่านถูกปลุกขึ้นมากลาง
  ดึกโดยหญิงสาวคนหนึ่ง เธอพายเรือ มาจอดคิดกับเรือถ่าน
  "ลุง ลุง ตื่นเถอะ......ช่วยโกยถ่าน ขายให้ฉันสักถังนะ ฉันจะเอาไปอยู่ไฟ
  ฉันเพิ่งคลอดลูก พอดีถ่านหมด"
  " พรุ่งนี้เช้าไม่ได้เรอะ....มันมืดมองไม่เห็นว่ะ"
  เสียงคนขายถ่านตอบอย่างงัวเงีย เพราะกําลังหลับเพลินๆ
  "ขอเดี๋ยวนี้เถอะนะลุง สงสารฉันเถอะ...." เธอคงอยากได้เดี๋ยวนี้จริงๆ
  จึงออดอ้อน
  "เอ่อ....ก็ได้วะ เดี๋ยวรอเดี๋ยว จุด ตะเกียงก่อน" ว่าพลางแกก็แหวกชาย
  มุ้งออกมา ควานหาไม้ขีดจุดตะเกียง พอจุดตะเกียงเรียบร้อย ก็หันมาพร้อม ถาม....
  "จะเอากี่มะน้อยล่ะ อีหนู...." ปรากฏว่าเรือและผู้หญิงที่มาขอ
  ซื้อถ่านหายไปอย่างไร้ร่องรอย แกยก ตะเกียงขึ้นส่องดูในคลองก็ไม่เห็นมีใคร
  ทันใดนัน แกก็ได้ยินเสียงเพลงกล่อม ลูกดังมาจากศาลาท่าน้ำหน้าวัด เป็น
  เสียงอ่อนหวาน เยือกเย็นของแม่ที่พยายามกล่อมลูกให้หลับสบาย
  "วัด....เอ๋ย....วัด....โบสถถถถ์ ปลูกกกกก ข้าวโพดดด....สาาาาาาาา ลีลีลีลี .
  . ..เอ๋ยยยยยยยยยย ยาม
  ลูกเขย....ตกยาก....แม่ยาย มาพราก.... ลูกสาวหหหหหหหนี...."
  เท่านั้นแหละ....คนขายถ่านเผ่นขึ้น
  มาจากเรือได้อย่างไรไม่รู้ มารู้ตัวอีกที บนโรงพัก ต่อหน้านายสิบเวร
  "แกไม่ต้องบอกฉันหรอก..." สิบ
  เวรว่า "ฉันก็ได้ยินเหมือนกัน ว่าแต่ว่า โดนเข้าอีท่าไหนล่ะ....
  กูนึกแล้วเชียว"
  ประโยคหลัง สิบเวรคงรำพึงกับตัวเอง ดีเหมือนกัน อย่านอนต่อเลยนะ มา
  นั่งอยู่เป็นเพื่อนกันหน่อยก็ดี ชัก
  เสียว ๆ หลังจากคืนนั้นแล้ว
  อีกสี่ห้าคืนต่อมาไม่ว่าเรือลำใดมาจอดนอนหน้าโรงพัก จะต้อง
  ได้ยินเสียงเพลงกล่อม
  ลูกดังมาจากศาลาท่าน้ำหน้าวัดนั้นเปีนประจำ เจ้าหน้าที่ตำรวจ
  ไม่มีใครกล้าอยู่เวรคนเดียว จนกระทั่งครบ 7
  วัน และเผาศพหญิงนั้นเรียบร้อยแล้วเสียงเพลงกล่อมลูกจึงหายไป //</pre>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaighost.d-ja.com/2009/08/29/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บ้านร้าง</title>
		<link>http://thaighost.d-ja.com/2009/08/29/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://thaighost.d-ja.com/2009/08/29/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 28 Aug 2009 19:08:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องผีไทย]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านผี]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[ผี]]></category>
		<category><![CDATA[ผี ชาวประมง]]></category>
		<category><![CDATA[ผี ประมง]]></category>
		<category><![CDATA[ผี สยอง]]></category>
		<category><![CDATA[ผีฆ่าผี]]></category>
		<category><![CDATA[ผีทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[ผีผี]]></category>
		<category><![CDATA[วิญญาน]]></category>
		<category><![CDATA[สยอง]]></category>
		<category><![CDATA[สยองขวัญ]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าผี]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าเรื่องผี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaighost.d-ja.com/?p=84</guid>
		<description><![CDATA[<p>ณ หมู่บ้านชาวประมงแห่งหนึ่ง
เด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งเดินทางมาพักค้างแรมที่บ้านเพื่อน เพื่อพักผ่อน
หลังสอบเสร็จ ขณะรับประทาน อาหาร ในตอนเย็น
เมื่อนิดมองออกไปเห็นบ้านหลังหนึ่งอยู่ห่างออกไป
ไม่ไกลจากหมู่บ้านนักจึงถามไถ่กับพ่อของหน่อย พ่อไม่พูดอะไร
มากเพียงแต่บอกว่าที่นั่นไม่มีคนอยู่
&#8230;..ในคืนนั้น เด็กทุกคนนอนหลับสนิท เพราะอ่อนเพลียจากการเดินทางรุ่งขึ้น
พ่อของหน่อยพาไปเที่ยวที่อ่านและ ผ่านบ้านหลังนั้น
บ้านนี้เหมือนบ้านร้างทั่วไปที่ไม่มีคนอยู่อาศัยมานาน ตกดึก
พ่อของหน่อยออกไปดูชาวประมงตกปลาเมื่อกลับเข้ามาในบ้าน ทุกคนหลับหมดแล้ว
แต่นิดยังนอนไม่หลับ นั่งเหม่อมองออกไปที่บ้านหลังนั้น เธอมองเห็นแสงไฟ
จากบ้านหลังนั้น จึงรู้สึกแปลกใจมาก
แม่เมื่อคิดทบทวนดูแล้วจึงคิดว่าคงมีชาวประมงแวะพักค้างคืนเช้าวันต่อมา
ขณะรับประทานอาหารนิดพูดถึง เหตุการณ์เมื่อคืนว่า เห็นแสงไฟ ที่บ้านหลังนั้น &#8221;
คงมีชาวประมงไปพักค้างคืน &#8221; หน่อยจึงบอกว่า ที่บ้านหลังนั้นไม่มีคนอยู่หรอก
เพราะชาวประมงจะ ไม่แวะบ้านร้างที่ไม่มีคนอยู่
&#8230;..ในคืนนั้น นิด นอนไม่หลับ และเพื่อนอีกคนก็นอนไม่หลับเหมือนกัน
ทั้งสองจึงออกไปนั่งเล่นที่ชานหน้าบ้านทั้งสอง พูดคุยกันถึงเรื่องอนาคต
จนกระทั่งนิดสังเกตเห็นแสงไฟ จึงเรียกให้เพื่อนดู
จากนั้นมีเสียงผู้หญิงร้องไห้ดังออกมา
นิด มองเห็นผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ในบ้านหลังนั้น
และมีผู้ชายคนหนึ่งกำลังใช้มีดฟันที่ร่างของผู้หญิงคนนั้น
และชายคนนั้นก็ฆ่าตัวตายตาม
นิดและเพื่อนส่งเสียงร้องออกมาด้วยความกลัว คนทั้งบ้านจึงตกใจตื่น
วิ่งมาดูที่ห้อง นิดจึงเล่าว่า เห็นผู้หญิงถูกผู้ชายฆ่าตาย
พ่อของหน่อยจึงบอกว่า ไม่มีอะไร ให้รีบเข้านอน
รุ่งเช้า พ่อของหน่อย จึงเล่าให้หน่อยฟังว่า
หลายเดือนก่อนเกิดเหตุการฆาตกรรมที่บ้านหลังนั้น ผู้ชายเป็นชาวประมง
ออกหาปลาหลายๆวัน จึงระแวงว่า ภรรยาจะมีชู้ จึงเกิดมีปากเสียงกันขึ้น
แล้วผู้ชายก็ลงมือฆ่าภรรยาของตัวเองถึงแก่ชีวิต แล้วฆ่าตัวตายตาม
จงจำไว้ว่า ชาวประมงจะไม่พักค้างแรมที่บ้านร้าง แน่นอน!</p>
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ณ หมู่บ้านชาวประมงแห่งหนึ่ง<br />
เด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งเดินทางมาพักค้างแรมที่บ้านเพื่อน เพื่อพักผ่อน<br />
หลังสอบเสร็จ ขณะรับประทาน อาหาร ในตอนเย็น<br />
เมื่อนิดมองออกไปเห็นบ้านหลังหนึ่งอยู่ห่างออกไป<br />
ไม่ไกลจากหมู่บ้านนักจึงถามไถ่กับพ่อของหน่อย พ่อไม่พูดอะไร<br />
มากเพียงแต่บอกว่าที่นั่นไม่มีคนอยู่<br />
&#8230;..ในคืนนั้น เด็กทุกคนนอนหลับสนิท เพราะอ่อนเพลียจากการเดินทางรุ่งขึ้น<br />
พ่อของหน่อยพาไปเที่ยวที่อ่านและ ผ่านบ้านหลังนั้น<span id="more-84"></span><br />
บ้านนี้เหมือนบ้านร้างทั่วไปที่ไม่มีคนอยู่อาศัยมานาน ตกดึก<br />
พ่อของหน่อยออกไปดูชาวประมงตกปลาเมื่อกลับเข้ามาในบ้าน ทุกคนหลับหมดแล้ว<br />
แต่นิดยังนอนไม่หลับ นั่งเหม่อมองออกไปที่บ้านหลังนั้น เธอมองเห็นแสงไฟ<br />
จากบ้านหลังนั้น จึงรู้สึกแปลกใจมาก<br />
แม่เมื่อคิดทบทวนดูแล้วจึงคิดว่าคงมีชาวประมงแวะพักค้างคืนเช้าวันต่อมา<br />
ขณะรับประทานอาหารนิดพูดถึง เหตุการณ์เมื่อคืนว่า เห็นแสงไฟ ที่บ้านหลังนั้น &#8221;<br />
คงมีชาวประมงไปพักค้างคืน &#8221; หน่อยจึงบอกว่า ที่บ้านหลังนั้นไม่มีคนอยู่หรอก<br />
เพราะชาวประมงจะ ไม่แวะบ้านร้างที่ไม่มีคนอยู่<br />
&#8230;..ในคืนนั้น นิด นอนไม่หลับ และเพื่อนอีกคนก็นอนไม่หลับเหมือนกัน<br />
ทั้งสองจึงออกไปนั่งเล่นที่ชานหน้าบ้านทั้งสอง พูดคุยกันถึงเรื่องอนาคต<br />
จนกระทั่งนิดสังเกตเห็นแสงไฟ จึงเรียกให้เพื่อนดู<br />
จากนั้นมีเสียงผู้หญิงร้องไห้ดังออกมา<br />
นิด มองเห็นผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ในบ้านหลังนั้น<br />
และมีผู้ชายคนหนึ่งกำลังใช้มีดฟันที่ร่างของผู้หญิงคนนั้น<br />
และชายคนนั้นก็ฆ่าตัวตายตาม<br />
นิดและเพื่อนส่งเสียงร้องออกมาด้วยความกลัว คนทั้งบ้านจึงตกใจตื่น<br />
วิ่งมาดูที่ห้อง นิดจึงเล่าว่า เห็นผู้หญิงถูกผู้ชายฆ่าตาย<br />
พ่อของหน่อยจึงบอกว่า ไม่มีอะไร ให้รีบเข้านอน<br />
รุ่งเช้า พ่อของหน่อย จึงเล่าให้หน่อยฟังว่า<br />
หลายเดือนก่อนเกิดเหตุการฆาตกรรมที่บ้านหลังนั้น ผู้ชายเป็นชาวประมง<br />
ออกหาปลาหลายๆวัน จึงระแวงว่า ภรรยาจะมีชู้ จึงเกิดมีปากเสียงกันขึ้น<br />
แล้วผู้ชายก็ลงมือฆ่าภรรยาของตัวเองถึงแก่ชีวิต แล้วฆ่าตัวตายตาม<br />
จงจำไว้ว่า ชาวประมงจะไม่พักค้างแรมที่บ้านร้าง แน่นอน!</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaighost.d-ja.com/2009/08/29/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิญญานผีสาวในโรงแรม</title>
		<link>http://thaighost.d-ja.com/2009/08/28/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://thaighost.d-ja.com/2009/08/28/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 28 Aug 2009 14:46:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องผีไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ผีสาว]]></category>
		<category><![CDATA[ผีในโรงแรม]]></category>
		<category><![CDATA[วิญญาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaighost.d-ja.com/?p=8</guid>
		<description><![CDATA[<p>เมื่อประมาณต้นปี  2541  ผมเคยเจอประสบการณ์ขนหัวลุกมาเล่าให้ฟัง  มันเป็นเรื่องที่เคยมีคนเจอ
มาแล้วมากมาย แต่ต่างเวลาและสถานที่   เรื่องนี้เกิดขึ้นที่โรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่งกลางใน เมืองนครปฐม
อันที่จริงเรื่องนี้คงไม่เกิดถ้าไม่ใช่เพราะความใคร่ของหนุ่มสาว</p>
<p>ปกติผมเป็นคนที่สนใจในเรื่องของข่าวสาร  จึงได้รู้ข่าวเรื่องการตายที่เกิดขึ้นในโรงแรมแห่งนี้จาก
หนังสือพิมพ์บ่อย ๆ ส่วนใหญ่เป็นการตายเกิดจากหัวใจวายขณะมีเพศสัมพันธ์  แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เป็นการ
ฆาตรกรรม    คือฝ่ายหญิงถูกบีบคอตายและหมกศพไว้ใต้เตียง</p>
<p>วันนั้นผมนัดกับสาวไปเที่ยวที่สวนสามพรานต่อที่ฟาร์มจรเข้และสุดท้ายจบลงที่โรงแรม  ในตอนแรก
ผมรู้สึกสังหรณ์อยู่ในใจ เพราะรู้ว่าที่โรงแรมนี้ได้มีคนตายมาก  แต่คิดว่าคงจะไม่ดวงดีขนาดนั้น</p>
<p>เพราะมีตั้งหลาย ห้องด้วยกัน</p>
<p>ผมตรงไปแล้วเลี้ยวซ้ายเห็นห้องที่สองว่าง จึงตกลงที่จะเปิดห้องนั้น  หลังจากที่เปิดห้อง
แล้วก็ให้  ฝ่ายหญิงไปอาบน้ำ   ขณะที่ผมดูหนังเห็นเธอเปิดประตูแย้มหน้าออกมาดูและปิด
ไปอีก   พอเธออาบเสร็จก็ออกมาถามว่า  &#8220;เมื่อกี้นี้เคาะประตูหรือเปล่า ..? &#8221;
ผมตอบว่า  &#8220;เปล่า  ไม่ได้เคาะ&#8221;  เธอบอกให้ปิดทีวี ห้องทั้งห้องจึงอยู่ในความมืด   เพราะผม
ไม่ได้เปิดไฟตั้งแต่ทีแรก   [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อประมาณต้นปี  2541  ผมเคยเจอประสบการณ์ขนหัวลุกมาเล่าให้ฟัง  มันเป็นเรื่องที่เคยมีคนเจอ<br />
มาแล้วมากมาย แต่ต่างเวลาและสถานที่   เรื่องนี้เกิดขึ้นที่โรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่งกลางใน เมืองนครปฐม<br />
อันที่จริงเรื่องนี้คงไม่เกิดถ้าไม่ใช่เพราะความใคร่ของหนุ่มสาว</p>
<p>ปกติผมเป็นคนที่สนใจในเรื่องของข่าวสาร  จึงได้รู้ข่าวเรื่องการตายที่เกิดขึ้นในโรงแรมแห่งนี้จาก<br />
หนังสือพิมพ์บ่อย ๆ ส่วนใหญ่เป็นการตายเกิดจากหัวใจวายขณะมีเพศสัมพันธ์  แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เป็นการ<br />
ฆาตรกรรม    คือฝ่ายหญิงถูกบีบคอตายและหมกศพไว้ใต้เตียง</p>
<p>วันนั้นผมนัดกับสาวไปเที่ยวที่สวนสามพรานต่อที่ฟาร์มจรเข้และสุดท้ายจบลงที่โรงแรม  ในตอนแรก<br />
ผมรู้สึกสังหรณ์อยู่ในใจ เพราะรู้ว่าที่โรงแรมนี้ได้มีคนตายมาก  แต่คิดว่าคงจะไม่ดวงดีขนาดนั้น<span id="more-8"></span></p>
<p>เพราะมีตั้งหลาย ห้องด้วยกัน</p>
<p>ผมตรงไปแล้วเลี้ยวซ้ายเห็นห้องที่สองว่าง จึงตกลงที่จะเปิดห้องนั้น  หลังจากที่เปิดห้อง<br />
แล้วก็ให้  ฝ่ายหญิงไปอาบน้ำ   ขณะที่ผมดูหนังเห็นเธอเปิดประตูแย้มหน้าออกมาดูและปิด<br />
ไปอีก   พอเธออาบเสร็จก็ออกมาถามว่า  &#8220;เมื่อกี้นี้เคาะประตูหรือเปล่า ..? &#8221;<br />
ผมตอบว่า  &#8220;เปล่า  ไม่ได้เคาะ&#8221;  เธอบอกให้ปิดทีวี ห้องทั้งห้องจึงอยู่ในความมืด   เพราะผม<br />
ไม่ได้เปิดไฟตั้งแต่ทีแรก   ในขณะที่เรามีอะไรกันนั้น   ผมมีความรู้สึกว่า  เหมือนมีใครมาบีบคอ<br />
อยู่แผ่ว ๆ ผมหันไปก็ไม่เห็นใคร  ในความรู้สึกเหมือนมีผู้หญิงยืนอยู่รอบข้างเต็มไปหมด  แต่เป็นคน ๆ<br />
เดียวกัน   แล้วผมก็พบกับความว่างเปล่าเมื่อหันไปดูอีกครั้ง</p>
<p>พอเสร็จภารกิจผมบอกให้เธออาบน้ำแล้วผมก็เข้าไปอาบต่อ อาบได้สักพักเธอก็ร้องว่า &#8220;เปิด เปิด<br />
เปิด!!!!! &#8221; พร้อมทั้งเคาะประตูเสียงดัง  ผมตกใจรีบออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น   เมื่อเปิดประตู<br />
เธอบอกว่าทีวีดับแต่เมื่อผมมองออกไป ก็พบว่ามันยังเปิดอยู่  เพื่อให้เธอสบายใจผมจึงเดินไปเปิดไฟเอาไว้<br />
แล้วเหตุการณ์อย่างนั้นก็เกิดขึ้นอีกครั้ง   คราวนี้ผมเห็นโทรทัศน์ดับจริง ๆ   แต่ไฟยังเปิดอยู่</p>
<p>เธอกลัวมากจึงขอเข้าไปอยู่ในห้องน้ำด้วย ผมก็ให้อยู่โดยในใจก็คิดว่าเธอคงจะใช้มายา ขณะที่ผมอาบน้ำ<br />
ผมเห็น มือเธอสั่นทั้งสองข้างและประคองประสานอยู่ที่หน้าอกแน่น   ตามองผมไม่กะพริบ   ก่อนออกจากห้องน้ำ<br />
สายตาผมเหมือนเห็นอะไรแว่บๆ ในกระจก แต่พอมองไปก็คิดว่ากระจกบานนี้น่ากลัวมาก  เรากลับไปที่เตียงปิดไฟ<br />
และเปิดทีวีอีกครั้ง  แฟนผมยังมีอาการหวาด  ๆ อยู่ผมจึงพูดหยอกล้อให้เธอคลายความกังวลลงบ้าง   แล้วเรา<br />
ก็เริ่มเกมกันต่อ</p>
<p>แล้วความรู้สึกเดิม ๆ ก็กลับมาอีก   แต่คราวนี้มีเสียงเหมือนมีคนเปิดประตูห้องน้ำ   แต่พอหันไป<br />
ก็ไม่มีใครอยู่  เป็นอย่างนี้อยู่หลายครั้ง      ตอนนั้นใจคอของผมไม่ค่อยดีพอหันไปหาเธอก็เหมือน<br />
ไม่เห็นไม่ได้ยินอะไร  ต่อมาก็มีเสียงมาจากลูกบิดประตู  คิก  คิก  อี้ด !!! คราวนี้ได้ยินทั้ง  2  คน<br />
ผมเดินออกไปดูเพราะคิดว่าบ๋อยมาเรียกแต่พอเปิดก็ไม่พบใคร   และผมก็คิดได้ว่าผมลงกลอนไว้<br />
เรียบร้อยแล้ว จึงหันไปถามแฟนว่า    &#8220;ได้ยินเสียงคนเปิดประตูไหม ?&#8221;  เธอก็บอกว่าได้ยิน</p>
<p>สิ้นเสียงเธอโทรทัศน์ก็ดันฉายหนังขึ้นอีก   ดังมากจนผมสะดุ้งโหยง  ส่วนเธอปล่อยกรี๊ดลั่นห้อง<br />
ปากก็ตะโกนว่า &#8220;&#8230; ผี.!!!!.. &#8221;  ผมรีบเอามืออุดปากเธอและรีบบอกเธอและรีบบอกให้ใส่เสื้อผ้า</p>
<p>โอ๊ย&#8230;.ผมกับเธอแทบหมดลมหายใจ  มี  เสียงผู้หญิงหัวเราะดังมาจากทุกมุมห้อง    ทำให้หัวใจผม<br />
แทบวายตายไปเลย  เราสองคนคว้ากางเกงเสื้อผ้าผิด  ๆ  ถูก ๆ ไปหมด    พอออกจากห้องได้ผมถอนหายใจ<br />
พร้อมกับเอามือจับหน้าอกโล่งเหมือนได้พ้นจากขุมนรกมาแล้วแต่แล้วก็ต้องใจหายแวบเพราะผมลืมสร้อยพระ<br />
ไว้ที่โคมไฟหัวเตียง   ผมรีบกลับรถเมื่อไปถึงพอดีกับที่บ๋อยกำลังจะเข้าไปทำความสะอาด  ผมจึงรีบเดินเข้าไป<br />
หยิบสร้อยและพูดกับบ๋อยว่า &#8221; น้อง ๆ  พี่ว่าห้องนี้มันมีอะไรแปลก ๆ   นะ &#8221;    บ๋อยได้ยินก็ทำท่างง ๆ</p>
<p>หลังจากนั้นประมาณปลายปี   2541 ผมมีโอกาสเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อน ๆ ฟัง  พอเล่าจบ<br />
เพื่อนรุ่นน้องก็เล่าให้ฟังว่าเธอกับแฟนไปที่โรงแรมแห่งหนึ่ง     เมื่อปี  2540    แต่ก่อนที่จะมี<br />
อะไรกัน   เธอได้กลิ่นอะไรเหม็นเน่า เธอกับแฟนพยายามหาแต่หาไม่พบ   เธอจึงเรียกบ๋อยมาดู<br />
ก็พยายามหากัน   และก็รื้อไม้กระดานเตียงขึ้นเท่านั้นแหละครับ<br />
ทุกคนตะลึง..!!!! อ้วกแตกอ้วกแตนกันไปตาม ๆ กัน<br />
สิ่งที่เห็นนั้นเป็นศพผู้หญิงตาถลนหลุดออกมาห้อยใกล้  ๆ  กับแก้ม !!! หน้าตาเนื้อตัวอืดบวมจน<br />
แทบจะระเบิดออกมาเป็นปริ ๆ หนอนใต่กันยั้วเยี้ยเต็มไปหมด  เล่นเอาหมดอารมณ์<br />
เธอบอกว่าต้องไปเป็นพยานเล่าเหตุการณ์ให้ตำรวจฟังอีก   แถมยังได้ลงชื่อในหนังสือพิมพ์อีก ผมถาม<br />
เธอว่าที่ไหน  เธอบอกผม ใจหายวาบไปเลย  เพราะห้องที่ผมกับเพื่อนสาวไปนอนกันนั้นเป็นห้องเดียวกับห้องที่เธอ<br />
พบศพ..!!!!!!</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaighost.d-ja.com/2009/08/28/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

