เป็นคลิปฝรั่งลองของ แล้วเจอของจริง
จริงไม่จริง น่ากลัวแค่ใหน คลิ๊กเข้าไปรับชมกันเองเลยครับ
สถานีตำรวจนครบาลหลักสอง เมื่อปีพุทธศักราช 2497 ตั้งอยู่ริม คลองขุดภาษีเจริญ
ฝั่งตรงข้ามมีวัดเก่าแก่อยู่วัดหนึ่งชื่อวัดม่วง อยู่ใน เขตอำเภอหนองแขม
การคมนาคม มีอยู่ทางเดียวคือคลองทีว่านี้
จะไปไหนมาไหนก็ต้องใช้เรีอเป็นพาหนะจะติดต่อราชการที่อำเภอ
ต้องใช้เรือพายหรือเรือแจวก็ประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าจะถึง ถ้าไปหาหมอที่
สุขศาลาบางแค ก็ประมาณ 3 ชั่วโมง ไม่ต้อง พูดถึงโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งต้องเข้า
คลองเล็กคลองน้อย เพื่อไปออกแม่น้ำ เจ้าพระยากว่าจะถึงก็เป็นวัน ชาวบ้าน
ณ หมู่บ้านชาวประมงแห่งหนึ่ง
เด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งเดินทางมาพักค้างแรมที่บ้านเพื่อน เพื่อพักผ่อน
หลังสอบเสร็จ ขณะรับประทาน อาหาร ในตอนเย็น
เมื่อนิดมองออกไปเห็นบ้านหลังหนึ่งอยู่ห่างออกไป
ไม่ไกลจากหมู่บ้านนักจึงถามไถ่กับพ่อของหน่อย พ่อไม่พูดอะไร
มากเพียงแต่บอกว่าที่นั่นไม่มีคนอยู่
…..ในคืนนั้น เด็กทุกคนนอนหลับสนิท เพราะอ่อนเพลียจากการเดินทางรุ่งขึ้น
พ่อของหน่อยพาไปเที่ยวที่อ่านและ ผ่านบ้านหลังนั้น
ผี เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่สามารถพิสูจน์ หรือตรวจวัดได้ด้วยเครื่องมือที่เชื่อถือได้ จึงยังไม่เป็นที่ยอมรับในทางวิทยาศาสตร์ แต่เป็นความเชื่อที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องความตาย และมีอยู่ในเรื่องเล่ามานานในอดีต ผู้คนมักหวาดกลัวกับผี ไม่ว่าขณะที่เจอกับผี จะมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน หรือไม่ก็ตาม โดยสัญชาติญาณแล้วเมื่อรู้สึกว่าตนเจอผี คนจะตัดสินใจที่จะหนี พูดคุยเสียงดังๆแม้ว่าจะคุยคนเดียว สวดมนต์ต์ ขออภัยที่ล่วงเกิน หรือวิธีใดวิธีหนึ่งเพื่อทำให้ตนรู้สึกปลอดภัยขึ้น
คุณสามารถเลือกอ่านเล่าเรื่องผีได้ 2 หมวดหมู่ดังนี้
เล่าเรื่องผีไทย
เล่าเรื่องผีต่างแดน
ชีวิตการศึกษาระดับอุดมศึกษา ในมหาวิทยาลัยนั้น
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของการสู้และดำเนินชิวิตที่ถูกต้องในสังคมทีเดียว
มันมีทั้งสุขและทุกข์ สมหวัง และไม่สมหวัง ยามทุกข์คือ สอบตก
ทำหน่วยกิตไม่ครบตามระเบียบหลักการศึกษาที่วางไว้ หรือทุกข์อีตอนดูหนังสือสอบ
ส่วนสุขนั้นก็คงจะได้แก่
สอบผ่านได้รับปริญญาเป็นเกียรติแก่ตัวเองและวงศ์ตระกูล
นั่นแหละแต่อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ต่าง ๆ
นานาที่เกิดมาไม่เคยพบพานก็จะหลั่งไหลมาทดสอบธาตุแท้ ของผู้ที่เข้าสู่ภาย
ในรั้วมหาวิทยาลัย
ประสบการณ์สอนให้ทำตัวได้ทั้งดีและเลวก็ต้องใช้ดุลพินิจวิจารณญาณเลือกเอามาปฏิบัติ
ให้มันสมกับคำว่า ปัญญาชน แต่สิ่งทุกคนต้องเคยผ่านมาแล้วในระบบการศึกษานี้ก็คือการรับน้องใหม่
ขับรถชนแมวดำเต็มแรงจนล้อหน้าสั่นถึงพวงมาลัย หากไม่ต่ายมันก็ต้องชักกระแด๊กๆ
อยู่ตรงนั้นไปไหน ไม่รอกแน่ แต่ไม่น่าเชื่อ รถเลยไปตั้งไกลมันยังมาร้องแง้วๆ ที่ท้ายรถได้น่าฉงน
คืนนั้นผมกับไอ้เล็กขับรถกระบะไปช่วยงานศพพ่อของเพื่อนในสวนใกล้ตีนเขาสระบาปโน่น
อยู่นอกเมืองสิบกิโลเมตร ถ้าเป็นถนนลาดยางก็ไม่ไกลเท่าไร
แต่ถนนเข้าหมู่บ้านเป็นลูกรังราวห้ากิโลเมตร นี่ซิแย่หน่อย
ยิ่งหน้าฝนจะเป็นหลุมเป็นบ่อมีน้ำขังเฉอะแฉะ ต้องขับช้าเหมือนเต่าคลาน
วิ่งรถเป็นชั่วโมงจึงจะถึง หนึ่งทุ่มรถมาจอดใต้ต้นไม้ที่บ้านงาน
เพื่อนออกมาต้อนรับเชิญให้ไปนั่งเก้าอี้ที่จัดไว้
เราคุยกันได้นิดหน่อยก็มีแขกทยอยกันมา เพื่อนเลยปลีกตัวไปต้อนรับ
ชีวิตสมัยเป็นนักศึกษาปีแรกนั้นมันช่างเปี่ยมล้นไปด้วยความรู้สึกหลากหลายมีทั้งความสุขสนุกสนาน
ทุกข์เศร้าเคล้าน้ำตา เหงาหงอยและตื่นเต้น !!!โดยเฉพาะชีวิตนักศึกษาที่ต้องอยู่ประรจำหอพักในมหาวิทยาลัยหรือ
เรียกสั้น ๆ ว่า“เด็กหอ”นั้นอย่าให้บอกเลยว่ามันส์ขนาดไหนสถาบันที่เป็นแหล่งประสิทธิ์ประสาทวิชาให้ข้าพเจ้าโดยการ
ใช้ชีวิตเป็นเวลา4 ปีเต็ม ๆ นั้นตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพ ฯเท่าใดนัก ระยะทางในราวประมาณ 50กว่ากิโลเมตร
นั่งรถบัสจากสถานีขนส่งสายใต้ก็ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเศษถ้าขับรถส่วนตัวไปเองก็คงจะไม่เกิน 1ชั่วโมงเพื่อ
บรรลุถึงเป้าหมายในชีวิตของความเป็นนักศึกษา นั่นก็คือการรับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์ของ
พระบาทสมด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อสำเร็จการศึกษาในขั้นปริญญาตรีแล้วนั่นเอง
เมื่อประมาณซัก 2 ปี ก่อนที่ผมจะเข้ารับราชการ คือในตอนนั้นพูดง่าย ๆ
ผมยังตกงานอยู่ภ็แล้วกัน ก็อาศัยข้าวพ่อแม่กินและ เทียวเตร่ไปตามประสาคน
ว่างงาน บ้านผมอยู่ในอำเภอหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา เป็นบ้านหลังใหญ่
และมีร้านค้าอีกหลังหนึ่ง
บ้านหลังใหญ่ก็มีพักอยู่กันแค่ 3 คนคือผมกับพี่สาว และน้องชาย
ส่วนที่ร้านค้านั้นพ่อแม่พักบ้านหลังใหญ่เป็นบ้านที่สร้างมานานแล้ว
มีฝารอบขอบชิดดีหรอกครับ แต่ห้องนอนแค่ 2 ห้อง
คือถ้าก้าวขึ้นบันไดพ้นประตูไปบนบ้านก็จะมองดูโล่งไปเลย
ผมมันเป็นคนชอบเที่ยวและจะกลับเข้าบ้านก็ประมาณ 6 ทุ่มตี 1
ทุกวันจึงอาสานอนข้างนอก ให้พี่สาวกับน้องชายนอนคนละห้องไป ที่ที่ผมนอนก็
ความจริงผีก็มีอะไรคล้ายๆ คนเรานี่เองเพียงแต่มักจะฝังใจในการทำอะไรสักอย่าง เพราะไม่รู้ว่าควร
จะทำอะไรต่อไป ในหอพักเก่าแก่แห่งหนึ่งในลอนดอนประเทศอังกฤษ นักศึกษาชายคนหนึ่งถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา
เวลาตีสอง ในคืนวันหนึ่ง เพราะมีเสียงก้าวเดินหนักๆ จากห้องครูใหญ่ ทีละก้าวทีละก้าวช้าๆ ไปตามทางเดิน
ผ่านห้องของเขา ตรงไปหยุดยังห้องน้ำอีกด้านหนึ่ง นักศึกษาผู้นั้นไม่สนใจว่าเป็นเสียงอะไรเขาเข้านอนต่อทันที
คืนต่อมาเวลาตีสองเช่นเดิม ก็มีเหตุการณ์ทำนองเดียวกันเกิดขึ้นอีก คราวนี้เขาไม่คิดว่าเขาดูหนังสือมาก
จนเพลีย เพราะเสียงนั้นดังชัดมากในความเงียบสงัด เหตุการณ์เกิดขึ้นเหมือนเดิมเปี๊ยบ จนไม่น่าเชื่อว่าจะมีใครมา
เข้าห้องน้ำในลักษณะเดียวกัน ในเวลาเดียวกัน โดยบังเอิญขนาดนี้