<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Thai Ghost &#187; ประวัติผีกระสือ</title>
	<atom:link href="http://thaighost.d-ja.com/category/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%9c%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%9c%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://thaighost.d-ja.com</link>
	<description>เล่าเรื่องผี เรื่องสยองขวัญ</description>
	<lastBuildDate>Tue, 27 Apr 2010 01:20:53 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>ประวัติผีกระสือ</title>
		<link>http://thaighost.d-ja.com/2010/04/27/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%9c%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://thaighost.d-ja.com/2010/04/27/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%9c%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 27 Apr 2010 01:19:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ประวัติผีกระสือ]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติผีไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaighost.d-ja.com/?p=139</guid>
		<description><![CDATA[<p>ประวัติผีกระสือ</p>
<p>ในอดีตเคยมีความเชื่อกันว่า กระสือ  คือ ภูตชนิดหนึ่ง วิบากกรรมที่ทำให้เป็นภูต ตอนเป็นมนุษย์หากินทางมิชอบ  คือ หลอกลวงต้มตุ๋นเพื่อนมนุษย์ เช่น นำของปลอมมาหลอกขายเป็นของจริง  หรือของโบราณ ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายก็ตาม ตายแล้วก็จะไปเป็นเปรตก่อน  มีความหิวโหยมาก ชอบกินของบูดของเน่า เพราะวิบากกรรมมีพฤติกรรมสกปรก  โลภอยากได้ทรัพย์ของผู้อื่นในทางมิชอบ พ้นสภาพจากเปรต  หากกรรมยังไม่หมดก็จะมาเกิดเป็นภูต จะกินได้เฉพาะของสกปรก ของคาว  ของเน่าเหม็น โดยจะเข้าสิงได้เฉพาะบุคคลที่มีวิบากกรรมเหมือนที่ตัวเองเคยทำตอนเป็นมนุษย์  มันถึงจะดูดไปหากันได้ ไม่ใช่อยากเข้าสิงใครก็สิง</p>
<p>ทั้งนี้ภูตมีลักษณะรูปร่างคล้าย ๆ ผี แต่มีฤทธิ์มากกว่า  คือสามารถแปลงกายเป็นสัตว์ได้ แต่ผีแปลงกายไม่ได้ ภูตบางตนแปลงได้มาก  บางตนแปลงได้น้อย บางภูตแปลงได้ 2 อย่าง 3 อย่าง 4 อย่าง  บางภูตแปลงได้แค่เป็นหมาดำตัวใหญ่ บางภูตแปลงเป็นงูได้ เป็นต้น  ซึ่งภูตจะมีชีวิตสิงมนุษย์อยู่เหมือนกาฝากที่ติดตามต้นไม้ต่าง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #0000ff;"><strong>ประวัติผีกระสือ</strong></span></p>
<p>ในอดีตเคยมีความเชื่อกันว่า กระสือ  คือ ภูตชนิดหนึ่ง วิบากกรรมที่ทำให้เป็นภูต ตอนเป็นมนุษย์หากินทางมิชอบ  คือ หลอกลวงต้มตุ๋นเพื่อนมนุษย์ เช่น นำของปลอมมาหลอกขายเป็นของจริง  หรือของโบราณ ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายก็ตาม ตายแล้วก็จะไปเป็นเปรตก่อน  มีความหิวโหยมาก ชอบกินของบูดของเน่า เพราะวิบากกรรมมีพฤติกรรมสกปรก  โลภอยากได้ทรัพย์ของผู้อื่นในทางมิชอบ พ้นสภาพจากเปรต  หากกรรมยังไม่หมดก็จะมาเกิดเป็นภูต จะกินได้เฉพาะของสกปรก ของคาว  ของเน่าเหม็น โดยจะเข้าสิงได้เฉพาะบุคคลที่มีวิบากกรรมเหมือนที่ตัวเองเคยทำตอนเป็นมนุษย์  มันถึงจะดูดไปหากันได้ ไม่ใช่อยากเข้าสิงใครก็สิง</p>
<p>ทั้งนี้ภูตมีลักษณะรูปร่างคล้าย ๆ ผี แต่มีฤทธิ์มากกว่า  คือสามารถแปลงกายเป็นสัตว์ได้ แต่ผีแปลงกายไม่ได้ ภูตบางตนแปลงได้มาก  บางตนแปลงได้น้อย บางภูตแปลงได้ 2 อย่าง 3 อย่าง 4 อย่าง  บางภูตแปลงได้แค่เป็นหมาดำตัวใหญ่ บางภูตแปลงเป็นงูได้ เป็นต้น  ซึ่งภูตจะมีชีวิตสิงมนุษย์อยู่เหมือนกาฝากที่ติดตามต้นไม้ต่าง ๆ  ยิ่งอยู่นานไปก็จะยึดทั้งร่างกายและจิตใจของมนุษย์นั้น  เหมือนกาฝากที่ขยายขึ้นคลุมต้นไม้ พวกนี้จะชอบที่มืด ไม่ชอบแสงสว่าง  แต่ไม่มีหัวและไส้ตามที่เข้าใจ  จะถอดจิตของเจ้าของร่างออกขณะเจ้าของร่างนอนหลับ  เมื่อถอดไปแล้วเจ้าของร่างก็ไปไหนไม่ได้ จะเห็นเป็นดวงไฟสว่างเป็นสี ๆ  ส่วนใหญ่ก็จะมีสีเหลือง สีแดง สีเขียว สีส้ม ลอยขึ้น ๆ ลง ๆ เพื่อหาอาหาร  ดวงนั้นก็คือดวงจิตของมนุษย์ที่มีวิบากกรรม แล้วถูกบังคับให้ออกมา  โดยภูตจะหุ้มดวงจิตนั้นไว้ ซึ่งมนุษย์จะเห็นแค่เพียงดวงลอยไปเท่านั้น  แต่มองไม่เห็นตัวภูต<span id="more-139"></span></p>
<p>เช่นเดียวกัน กระสือ ก็ชอบกินของสกปรก ของคาว ของเหม็นเน่า  เวลากินก็ต้องแปลงร่างเป็นภูตก่อน มีรูปร่างคล้าย ๆ คน ผอม ๆ ดำ ๆ  น่าเกลียด ไม่นุ่งผ้า แต่คนจะมองเห็นแค่ดวง แต่ตัวก็จะแปลงพรึบขึ้นมาเลย  มันจะกึ่งหยาบ กึ่งละเอียด แล้วก็กินของเน่าสกปรกด้วยความเอร็ดอร่อย  เพราะวิบากกรรมบังคับ  กินเสร็จแล้วจะมาเช็ดปากกับเสื้อผ้าที่ชาวบ้านตากทิ้งไว้ค้างคืน  แล้วทิ้งร่องรอยสกปรกไว้  มีความเชื่อว่าถ้าเอาผ้าที่ผีกระสือเช็ดปากไปฟาดที่บันไดจะทำให้คนที่เป็น กระสือเกิดปากบวมบ้าง หรือเอาผ้าไปต้มให้ปวดแสบปวดร้อน</p>
<p>แต่ก็มีบางประวัติกล่าวว่า ผีกระสือจะสิงเด็ดขาดในผู้หญิง  เวลากลางวันจะมีร่างเหมือนหญิงทั่วไป มีพฤติกรรมแปลก ๆ คล้ายคนป่วย  แต่ตกกลางคืนดึก ๆ  วิญญาณร้ายที่สิงอยู่ในส่วนลึกของจิตใจจะบีบเค้นให้ศีรษะและอวัยวะภายในหลุด ออกจากร่าง ลอยออกไปล่าเหยื่อกินวัวควายและสัตว์เล็ก ๆ  ประเภทกบเขียดแต่มักจะหลบคนและไม่ทำร้ายคนนอกจากจะจนมุมแล้ว  ชอบกินเครื่องในโดยเฉพาะไส้แบบสด ๆ  จากนั้นจะไปเช็ดปากตามผ้าที่ตากไว้ตามบ้านต่าง ๆ</p>
<p>นอกจากนั้น ผีกระสือชอบกินอีกอย่าง คือ  อุจจาระ เนื่องจากคนสมัยก่อนจะไม่มีส้วม แต่จะขุดหลุมใช้เป็นส้วมชั่วคราว  ทำให้ผีกระสือสามารถไปกินอุจจาระได้ง่าย  จนชาวบ้านทนไม่ไหวต้องให้หมอผีมาปราบ  แต่การปราบกระสือนั้นไม่สามารถไล่ออกจากร่างของเหยื่อเคราะห์ร้ายได้  เพราะวิญญาณนั้นได้หยั่งลึกลงในใจของคน ๆ นั้น ฉะนั้น  การปราบกระสือก็เท่ากับต้องฆ่าคน ๆ นั้นไปเลย</p>
<p>ลักษณะ พิเศษอีกอย่างของกระสือคือจะมีดวงไฟวูบวาบอยู่ที่หัวใจ  เชื่อกันว่านั่นคือวิญญาณที่สิงอยู่ในตัวของคนเคราะห์ร้าย เมื่อ มองจากที่ไกลๆ จะเห็นเป็นดวงไฟเขียว ๆ ส่องแสงสลัว ๆ ในความมืด  ผีกระสือนั้นมีความรอบคอบพอดู เพราะเมื่อออกจากร่างไปหากิน  เขาจะคาบผ้าห่มมาคลุมร่างไร้หัวของเขาไว้ก่อนไป  ร่างของเขานั้นจะไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ พูดตรง ๆ  ก็คือจะกลายเป็นศพอยู่ขณะหนึ่ง  ไม่มีความรู้สึกนึกคิดเพราะอวัยวะภายในหลุดออกไปหมดแล้ว  ร่างนั้นจะสงบนิ่งอยู่จนกว่าเขาจะกลับมาเข้าร่างเดิม</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>ตำนานกระสือ</strong></span></p>
<p>ผู้เฒ่าผู้แก่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ &#8220;ผีกระสือ&#8221; ไว้ว่า ผีตัวนี้มีมาตั้งแต่โบราณ  เป็นผีผู้หญิงที่ยามปกติใช้ชีวิตปะปนกับผู้อื่นในสังคม เกลียดกลัวแสงแดด  แต่ตกดึกจะถอดหัวกับไส้ออกจากร่างไปหากิน โดยปรากฏเป็นแสงไฟสีเขียว ๆ  ที่ล่องลอยจากฟากฟ้ายามค่ำคืน  ของที่ผีพวกนี้ชอบกินคือของเน่าเสียหรือสิ่งปฎิกูลต่าง ๆ  และมีอีกอย่างที่กระสือชอบกินเป็นพิเศษคือ &#8220;รกเด็ก&#8221;</p>
<p>สมัยโบราณเมื่อบ้านใดมีหญิงตั้งครรภ์  ชาวบ้านมักจะเชื่อกันว่ากระสือจะต้องไปที่บ้านหลังนั้นเพื่อกินรกเด็กอย่าง แน่นอน จึงมักนำปลายไม้ไผ่แหลม ๆ หรือสิ่งของมีคมต่าง ๆ  มาล้อมไว้รอบ ๆ บ้าน  เพราะเชื่อกันว่าเป็นสิ่งที่กระสือกลัวและเกลียดมากที่สุดคือ  เพราะเมื่อใดที่กระสือนั้นเข้าไปใกล้สิ่งของแหลม ๆ เหล่านั้น  ไส้อันระโยงระยางของมันจะไปเกี่ยวกับไม้ และเป็นการยากที่จะออกได้</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>การสืบสายพันธ์</strong></span></p>
<p>กระสือสืบทอดทายาทโดยการให้ผู้ที่ตนเองต้องการจะให้เป็นทายาทกิน น้ำลายของมันเอง และแล้วบุคคลผู้นั้นก็จะค่อย ๆ  ซึมซับความเป็นกระสือไปทีละน้อย จนนานวันเข้ากลายเป็นทายาทกระสือไป ปัจจุบันไม่มีข้อมูลว่ามีผู้พบเห็นผีตัวนี้อยู่หรือไม่  หรือกระสืออาจจะหายไปกับวัฒนธรรมวิถีชาวบ้านที่ถูกกระแสกาลเวลาเปลี่ยนไป&#8230;</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>ผีกระสือในต่างแดน</strong></span></p>
<p>ในแถบมาเลเซียยังมีเรื่องของผีที่มีลักษณะคล้ายกระสือของไทย  ซึ่งผีกระสือของมาเลเซียมีชื่อเรียกว่า <strong>&#8220;ฮันตูปินังกาลัน&#8221;</strong> โดยมีเรื่องเล่าว่า ครอบครัวหนึ่งประกอบไปด้วย พ่อ แม่ ลูก  วันหนึ่งในตอนกลางคืน ผู้เป็นพ่อได้ออกไปธุระข้างนอกบ้าน  ผู้เป็นแม่ปิดประตูอยู่ในห้อง แล้วนางก็หยิบเอาขวดน้ำมันมนต์มาทารอบคอ  สักพักหัวกับตัวของนางก็แยกออกจากกันโดยมีตับไตไส้พุงห้อยติดออกมาด้วย  เวลาที่ออกหากินจะเห็นเป็นแสงสีเหลือง และมีเสียงชู่ ๆ ดังอยู่ตลอดเวลา  เพื่อที่จะขับไล่สัตว์เล็กสัตว์น้อยที่จะเข้ามายุ่งกับพวงไส้ของนาง</p>
<p>ผู้เป็นลูกได้แอบเห็นดังนั้น จึงลองเอาน้ำมันมนต์ของแม่มาลองทาดูบ้าง  ขณะที่หัวกำลังจะแยกออกจากตัว เด็กน้อยเกิดกลัวจนร้องโวยวายออกมาว่า &#8220;ช่วย ด้วย! หัวของฉันกำลังจะหลุดออกจากตัวแล้ว&#8221;&lt; จนชาวบ้านละแวกนั้นได้ยินกันทั่ว  แต่ไม่มีใครกล้าเยี่ยมหน้าเข้ามาให้ความช่วยเหลือ  จนกระทั่งหัวของผู้เป็นแม่ลอยกลับมา เสียงร้องโวยวายก็เงียบลง  หลังจากวันนั้นครอบครัวนี้ก็ย้ายหนีไป และไม่มีใครได้พบเห็นอีกเลย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaighost.d-ja.com/2010/04/27/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%9c%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>20</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

