ผีโค้งเขาจันทร์

ท่านอาจจะเคยได้ยินกับความเฮี้ยนของโค้งเขาจันทร์
ซึ่งอยู่ในเขตของอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี
ซึ่งตอนนั้นยังเป็นทางสองเลนคือทางรถวิ่งสวนกัน
และเป็นทางลงเขาถ้าหากมาจากโคราช และเป็นทางขึ้นเขาถ้ามาจากสระบุรี
มักจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นช่วงที่เป็นทางโค้งกลางมอ
และจะมีผู้เสียชีวิตเป็นประจำ เพราะรถเบรคไม่อยู่

ถึงแม้ว่าเดี๋ยวนี้จะเป็นเลนเดียว ก็ยังมีอุบัติเหตุเป็นบางครั้งบางคราว

บ้านร้าง

ณ หมู่บ้านชาวประมงแห่งหนึ่ง
เด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งเดินทางมาพักค้างแรมที่บ้านเพื่อน เพื่อพักผ่อน
หลังสอบเสร็จ ขณะรับประทาน อาหาร ในตอนเย็น
เมื่อนิดมองออกไปเห็นบ้านหลังหนึ่งอยู่ห่างออกไป
ไม่ไกลจากหมู่บ้านนักจึงถามไถ่กับพ่อของหน่อย พ่อไม่พูดอะไร
มากเพียงแต่บอกว่าที่นั่นไม่มีคนอยู่
…..ในคืนนั้น เด็กทุกคนนอนหลับสนิท เพราะอ่อนเพลียจากการเดินทางรุ่งขึ้น
พ่อของหน่อยพาไปเที่ยวที่อ่านและ ผ่านบ้านหลังนั้น

ที่นอนของข้า

สวัสดิ์ เพิ่งเริ่มเข้าทำงานเป็นนักข่าวของนิตยสารฉบับหนึ่งได้ไม่นาน
และงานชิ้นแรกที่ต้องออกไปต่างจังหวัดคือ สารคดีแหล่งท่องเที่ยวทางภาคอีสาน
สวัสดิ์ รู้สึกดีใจมากที่เขาได้ทำงานชิ้นนี้ แต่ว่าเขาต้องเดินทาง
ตามกลุ่มผู้ร่วมงานไปเป็นคนสุดท้าย เพราะเขาติดงานสำคัญอยู่
……วันนี้ สวัสดิ์ เดินทางไปถึงนั้นเขาตามหา
เพื่อนร่วมงานไม่พบและก็ดึกมากแล้ว ดังนั้น เขาจึงเข้าพักในโรงแรมเล็กๆ

แห่งหนึ่งใกล้กับสถานี บขส.

ผียุคสงคราม

.ในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 สถานีรถไฟแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี
มีทหารญี่ปุ่นอยู่บริเวณนั้นมากมาย
สถานที่แห่งนี้เป็นจุดที่ถูกทิ้งระเบิดอยู่เสมอ ดังนั้น
จึงมีทหารญี่ปุ่นและชาวบ้านในบริเวณนั้นล้มตายเป็นจำนวนมากมาย
เวลาผ่านไปหลายสิบปี มีคนพบเจอบริเวณทางรถไฟบ่อยครั้ง แล้ววันหนึ่ง
วัยรุ่นกลุ่มนี้ได้พบกับประสบการณ์ที่สยดสยอง
วัยรุ่นกลุ่มนี้ตั้งวงกินเหล้ากัน บริเวณริมทางรถไฟ ใต้ต้นไทรต้นหนึ่ง
ซึ่งในบริเวณนี้เป็นจุดที่มีคนพบเห็นผีอยู่บ่อยๆ

เพชรตางู

สมภพ เป็นนักศึกษา คณะโบราณคดี
ปีสุดท้ายแล้วที่ผ่านมาเขาได้ออกฝึกภาคสนามมาตลอด ทุกๆ
ครั้งที่ไปตามสถานที่ต่างๆสมภพรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับโบราณวัตถุและโบราณสถานต่างๆ
สมภพ เริ่มต้นการศึกษาโบราณสถานและโบราณวัตถุจากสถานที่จริง
เขามีความพร้อมในการจดจำ และเข้าใจศิลปะของยุคสมัยต่างๆ ได้ดี จนเพื่อนๆ
และอาจารย์ต่างๆ มองว่า สมภพคงเป็นนักศึกษาโบราณคดีที่เก่งและมีอนาคตไกลแน่นอน
แต่แล้วคืนหนึ่ง ขณะที่สมภพกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องพักฟื้น
เขาได้ยินเสียงประหลาดค้างอยู่หน้าประตูห้อง

คืนรับน้องใหม่

ชีวิตการศึกษาระดับอุดมศึกษา ในมหาวิทยาลัยนั้น
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของการสู้และดำเนินชิวิตที่ถูกต้องในสังคมทีเดียว
มันมีทั้งสุขและทุกข์ สมหวัง และไม่สมหวัง ยามทุกข์คือ สอบตก
ทำหน่วยกิตไม่ครบตามระเบียบหลักการศึกษาที่วางไว้ หรือทุกข์อีตอนดูหนังสือสอบ
ส่วนสุขนั้นก็คงจะได้แก่
สอบผ่านได้รับปริญญาเป็นเกียรติแก่ตัวเองและวงศ์ตระกูล
นั่นแหละแต่อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ต่าง ๆ
นานาที่เกิดมาไม่เคยพบพานก็จะหลั่งไหลมาทดสอบธาตุแท้ ของผู้ที่เข้าสู่ภาย

ในรั้วมหาวิทยาลัย
ประสบการณ์สอนให้ทำตัวได้ทั้งดีและเลวก็ต้องใช้ดุลพินิจวิจารณญาณเลือกเอามาปฏิบัติ

ให้มันสมกับคำว่า ปัญญาชน แต่สิ่งทุกคนต้องเคยผ่านมาแล้วในระบบการศึกษานี้ก็คือการรับน้องใหม่

แม่ย่านางเรือ

เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อของกลุ่มคนบางกลุ่ม
ท่านผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณในการ ตัดสินใจว่า ควรเชื่อมากน้อยเพียงใด
….. เกือบ 20 ปีแล้วที่ครอบครัวดิฉันมีอาชีพทำประมงอยู่ที่จังหวัดสงขลา
ซึ่งอยู่ติดชายฝั่งทะเลด้านตะวันออก ของอ่าวไทย ประมาณ 10 กว่าปีแล้ว
เป็นช่วงที่กิจการ ของครอบครัว รุ่งเรืองมากจน ต้องต่อเรือเพิ่มขึ้นอีกหลายลำ
ซึ่งลำหนึง ๆนั้นก็มูลค่าเป็นล้านบาท ทำให้ต้องมีการตรวจสอบ
ดูแลการต่อเรือด้วย และหนึ่งใน หลายลำนั้นได้สั่งต่อไว้ที่อู่เรือคลองด่าน
จังหวัดสมุทรปราการ ขณะ นั้นเป็นช่วงเวลาที่พอดีกับคุณพ่อ-คุณแม่นำน้องชาย

แมวผี

ขับรถชนแมวดำเต็มแรงจนล้อหน้าสั่นถึงพวงมาลัย หากไม่ต่ายมันก็ต้องชักกระแด๊กๆ
อยู่ตรงนั้นไปไหน ไม่รอกแน่ แต่ไม่น่าเชื่อ รถเลยไปตั้งไกลมันยังมาร้องแง้วๆ ที่ท้ายรถได้น่าฉงน

คืนนั้นผมกับไอ้เล็กขับรถกระบะไปช่วยงานศพพ่อของเพื่อนในสวนใกล้ตีนเขาสระบาปโน่น
อยู่นอกเมืองสิบกิโลเมตร ถ้าเป็นถนนลาดยางก็ไม่ไกลเท่าไร
แต่ถนนเข้าหมู่บ้านเป็นลูกรังราวห้ากิโลเมตร นี่ซิแย่หน่อย
ยิ่งหน้าฝนจะเป็นหลุมเป็นบ่อมีน้ำขังเฉอะแฉะ ต้องขับช้าเหมือนเต่าคลาน
วิ่งรถเป็นชั่วโมงจึงจะถึง หนึ่งทุ่มรถมาจอดใต้ต้นไม้ที่บ้านงาน
เพื่อนออกมาต้อนรับเชิญให้ไปนั่งเก้าอี้ที่จัดไว้

เราคุยกันได้นิดหน่อยก็มีแขกทยอยกันมา เพื่อนเลยปลีกตัวไปต้อนรับ

สยองขวัญเมื่อครั้งเป็นนักศึกษา

ชีวิตสมัยเป็นนักศึกษาปีแรกนั้นมันช่างเปี่ยมล้นไปด้วยความรู้สึกหลากหลายมีทั้งความสุขสนุกสนาน
ทุกข์เศร้าเคล้าน้ำตา เหงาหงอยและตื่นเต้น !!!โดยเฉพาะชีวิตนักศึกษาที่ต้องอยู่ประรจำหอพักในมหาวิทยาลัยหรือ
เรียกสั้น ๆ ว่า“เด็กหอ”นั้นอย่าให้บอกเลยว่ามันส์ขนาดไหนสถาบันที่เป็นแหล่งประสิทธิ์ประสาทวิชาให้ข้าพเจ้าโดยการ
ใช้ชีวิตเป็นเวลา4 ปีเต็ม ๆ นั้นตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพ ฯเท่าใดนัก ระยะทางในราวประมาณ 50กว่ากิโลเมตร
นั่งรถบัสจากสถานีขนส่งสายใต้ก็ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเศษถ้าขับรถส่วนตัวไปเองก็คงจะไม่เกิน 1ชั่วโมงเพื่อ
บรรลุถึงเป้าหมายในชีวิตของความเป็นนักศึกษา นั่นก็คือการรับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์ของ
พระบาทสมด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อสำเร็จการศึกษาในขั้นปริญญาตรีแล้วนั่นเอง

เพิ่งเจอครั้งแรก

เมื่อประมาณซัก 2 ปี ก่อนที่ผมจะเข้ารับราชการ คือในตอนนั้นพูดง่าย ๆ
ผมยังตกงานอยู่ภ็แล้วกัน ก็อาศัยข้าวพ่อแม่กินและ เทียวเตร่ไปตามประสาคน
ว่างงาน บ้านผมอยู่ในอำเภอหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา เป็นบ้านหลังใหญ่
และมีร้านค้าอีกหลังหนึ่ง

บ้านหลังใหญ่ก็มีพักอยู่กันแค่ 3 คนคือผมกับพี่สาว และน้องชาย
ส่วนที่ร้านค้านั้นพ่อแม่พักบ้านหลังใหญ่เป็นบ้านที่สร้างมานานแล้ว
มีฝารอบขอบชิดดีหรอกครับ แต่ห้องนอนแค่ 2 ห้อง
คือถ้าก้าวขึ้นบันไดพ้นประตูไปบนบ้านก็จะมองดูโล่งไปเลย

ผมมันเป็นคนชอบเที่ยวและจะกลับเข้าบ้านก็ประมาณ 6 ทุ่มตี 1
ทุกวันจึงอาสานอนข้างนอก ให้พี่สาวกับน้องชายนอนคนละห้องไป ที่ที่ผมนอนก็